Bvlgari Magnifica High Jewelry 2021 Collection

Last updated: 2021-06-07  |  193 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Bvlgari Magnifica High Jewelry 2021 Collection

            ด้วยคอลเลกชั่น Magnifica ใหม่ Bvlgari ได้บรรลุถึงจุดสูงสุดครั้งใหม่ของความเชี่ยวชาญและความคิดสร้างสรรค์ในการรังสรรค์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง โดยนำเสนอซึ่งการคัดสรรอันแสนพิเศษของผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซถึง 350 ผลงานจากเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงและนาฬิกา ซึ่งแสดงออกอย่างแสนวิเศษถึงดีเอ็นเอแห่งโรมัน และ 137 ปีแห่งประสบการณ์และการได้รับการยกย่องเชื่อถือจากการเข้าถึงซึ่งความพิเศษสูงสุด ความหายาก และความล้ำค่าของมาตรฐานอันสำคัญแห่งอัญมณี เพื่อแสดงออกถึงความเข้มแข็ง เช่นเดียวกับความคิดสร้างสรรค์อันเหนือกาลเวลา 

            ภายใต้การออกแบบกว่า 60 รูปแบบอันรุ่มรวย Magnifica ซึ่งนับเป็นผลงานศิลปะ 122 ชิ้นที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน คือคอลเลกชั่นเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงอันล้ำค่าสูงสุดที่ Bvlgari เคยสร้างสรรค์มา และมีมูลค่านับหลายร้อยล้านยูโร รวมถึงนับแสนชั่วโมงในการรังสรรค์ด้วยงานฝีมืออันมุ่งมั่นทุ่มเท เพื่อมอบเป็นการอุทิศอย่างสูงสุดให้กับความสวยงาม และการยกระดับซึ่งงานฝีมือและความเชี่ยวชาญแห่งมาเอสเทรียของอิตาลี

 

 

            นับเป็นสปิเนลใหญ่ที่สุดอันดับสี่ของโลก ด้วยน้ำหนัก 131.21 กะรัต ที่ปรากฏอย่างสง่างามสูงสุดบนสร้อยคอ อิมพีเรียล สปิเนล (Imperial Spinel) ผลงานสร้างสรรค์อันล้ำเลิศที่แสดงออกถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างแท้จริงของ Bvlgari สู่ความเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียว สปิเนลอันแสนพิเศษที่พบในทาจิกิสถานนี้ได้ถ่ายทอดถึงเหลือบสีอันเข้มข้น มีความเป็นผู้หญิงและเข้มแข็ง โดยรายล้อมไว้ด้วยสายน้ำตกของเพชรและลูกปัดมรกต มอบเป็นการผสมผสานของสีอันโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ Bvlgari  ระหว่างสีเขียวและโทนสีชมพูฮอตพิงค์ และแม้ว่าจะมีอัญมณีเม็ดกลางด้วยขนาดอันโดดเด่น แต่สร้อยคอซึ่งมิอาจเทียบเคียงได้นี้ก็ยังคงถ่ายทอดถึงความบางเบาและนุ่มนวล ซึ่งได้มาจากเส้นสายและปริมาตรอันสมดุลกลมกลืน

 

            ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสร้อยคอของ Bvlgari ย้อนกลับไปในปี 1969 ที่ประกอบด้วยโครงสร้างของทองและเพชรอันซับซ้อน ชวนให้หวนนึกถึงเกลียวคลื่นแห่งท้องทะเล ผลงานมาสเตอร์พีซ อย่าง เมดิเตอร์เรเนียน ควีน (Mediterranean Queen) ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 2,400 ชั่วโมงของการทำงานจนสมบูรณ์นี้คือการแสดงออกถึงความกล้าหาญของช่างอัญมณีแห่งโรมัน รวมถึงเจตคติอันกล้าแกร่ง โดยประกอบด้วยพาราอิบาทัวร์มาลีนเจียระไนทรงคุชชันวงรีอันแสนอัศจรรย์ถึงห้าเม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 500 กะรัต ซึ่งเชื่อมต่อด้วยองค์ประกอบที่โค้งได้รูปเข้ากับมรกตคาโบชองและเพชร ทัวร์มาลีนพาราอิบาอันแสนพิเศษซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัญมณีหายากที่สุดในโลกเหล่านี้ยังชวนให้หวนนึกถึงสีเขียวน้ำทะเลอันแวววาวระยิบระยับบนผืนน้ำใสดุจคริสตัลแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่รายล้อมเกาะซาร์ดิเนีย (Sardinia island) ของอิตาลี

 

 

            ความรื่นรมย์แห่งการเฉลิมฉลองของยุคเอชท์ตีส (Eighties) ได้หวนคืนมาอีกครั้ง แม้จะอยู่ภายใต้การกลั่นกรองแห่งความร่วมสมัย ในสร้อยคอ คัลเลอร์ เลกาซี (Color Legacy) ที่แสดงออกถึงการประพันธ์ดนตรีด้วยจังหวะแห่งท่วงทำนองอันน่าประทับใจของบรรดาอัญมณีสีสันแตกต่างกัน ถ่ายทอดเป็นลำแสงอันแวววาวเจิดจรัสแห่งการตัดเจียระไนและการประดับตกแต่งอันแสนประณีตวิจิตร ประกอบด้วยอควอมารีนทรงรีเจ็ดเม็ด น้ำหนักรวมเกือบ 84 กะรัต ที่จับคู่เข้ากับรูเบลไลต์ทรงรี 16 เม็ด, อเมทิสต์พัฟฟ์ท็อป (buff-top) 32 เม็ด ตัดเจียระไนอย่างพิถีพิถันในอิตาลีเพื่อให้รับไปกับโครงร่างของสร้อยคอ เช่นเดียวกับเพชรทรงลูกแพร์ 15 เม็ด พร้อมทั้งเพชรบริลเลียนต์คัตและเพชรประดับพาเว่ ซึ่งให้ผลลัพธ์เป็นการแสดงออกอย่างโดดเด่นและสมบูรณ์แบบแห่งจิตวิญญาณอันเปี่ยมด้วยความสนุกสนานร่าเริงจากภาพแห่งอัญมณีอันละลานตาของ Bvlgari  

 

 

            โอบรอบลำคอราวกับปกเสื้ออันประณีตและนุ่มนวล แซฟไฟร์ เพเทิล (Sapphire Petal) ได้ผสมผสานทั้งความเข้มแข็งอันล้ำค่า และความบางเบาอันสง่างามที่เป็นหัวใจ ด้วยโครงสร้างที่รับไปกับสรีระของกลีบดอกไม้ห้ากลีบ เติมเสน่ห์ด้วยเพชรและแซฟไฟร์คาโบชองซึ่งออกแบบขึ้นอย่างเชี่ยวชาญและผลิตขึ้นโดยศิลปินแห่ง Bvlgari  เพื่อรับประกันถึงการสวมใส่ได้อย่างสบาย กับความสามารถในการยืดหยุ่นได้อย่างสูงสุด และมอบความอ่อนนุ่มอย่างแท้จริง โดยแซฟไฟร์ทรงคอร์นฟลาวเวอร์เม็ดกลางหนัก 35.45 กะรัตนี้ได้มอบเกียรติให้แก่หนึ่งในอัญมณีอันโปรดปรานสูงสุดของ นิโคลา  Bvlgari  (Nicola Bulgari) ด้วยสีอันมีชีวิตชีวา ชวนให้หวนนึกถึงเสื้อคลุมสีฟ้าครามของพระแม่มารีย์ (Virgin Mary) ที่วาดโดยศิลปินเรอเนซองส์ อันโตเนลโล ดา เมสสินา (Antonello da Messina)

 

 

            ชิ้นงานเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง โมเนต์ (Monete) อันเป็นไอคอนิกของ Bvlgari  ได้ค้นพบซึ่งการตีความใหม่อันทันสมัยและซับซ้อนด้วย โมเนต์ วีฟ (Monete Weave) จากเหรียญบรอนซ์เก่าแก่ที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีที่ปรากฏด้วยภาพอันห้าวหาญของจักรพรรดิแนโรแห่งโรมัน (Roman emperor Nero) ประดับอยู่ภายในขอบทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นจุดดึงดูดใจสำคัญของโชคเกอร์อันน่าทึ่งชิ้นนี้ โดยรังสรรค์ขึ้นจากทองประดับคลุมด้วยเพชร และงานออกแบบอันอ่อนนุ่มและสวมใส่สบาย ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาถึง 1,400 ชั่วโมงของการทำงานด้วยมือ เผยให้เห็นภาพแห่งสถาปัตยกรรมเชิงกราฟิกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปริมาตรและมิติที่ออกแบบขึ้นโดย ซาฮา ฮาดิด (Zaha Hadid) กับหลากหลายพรมแดนระหว่างความเก่าแก่โบราณและความทันสมัย ซึ่งหล่อหลอมอยู่ภายใน   ผลงานอันแสนวิเศษแห่งอัจฉริยภาพและงานฝีมือชั้นยอด

 

 

            ความลื่นไหลและการเคลื่อนไหวได้จับแสงสปอตไลต์ไว้ภายใน เอเมอรัลด์ เอลิปส์ (Emerald Elipse) ผลงานสร้างสรรค์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงอันโดดเด่น ที่ถ่ายทอดถึงจักรกลอันซับซ้อนละเอียดอ่อนขององค์ประกอบที่เชื่อมต่อกัน และถ่ายทอดอย่างกลมกลืนถึงสัมผัสของความบางเบาอันเปี่ยมด้วยพลังและความสวยงามอันเป็นนิจนิรันดร์ โดยการประดับเพชรแบบพาเว่และมรกตบัฟฟ์ท็อปที่รังสรรค์เป็นงานออกแบบทรงท่ออันบางเบาดุจอากาศ เสริมเสน่ห์ด้วยลูกปัดมรกตเจ็ดเม็ด และมรกตแซมเบียทรงลูกแพร์เม็ดกลางหนัก 62.00 กะรัตอันน่าทึ่ง พร้อมทั้งโครงสร้างแบบสามมิติอันวิจิตรหรูหราของขดเกลียวอันโดดเด่นภายในต่างหูที่จับคู่เข้ากัน

Powered by MakeWebEasy.com