ยูลิส นาร์แดง พร้อมแล้วที่จะเจาะเข้าสู่แมกมาใต้เปลือกโลก และหลอมกลายเป็น "บลาสต์" การปะทุครั้งใหม่ของพลังงานจากภูเขาไฟ

Last updated: Aug 27, 2020  |  186 จำนวนผู้เข้าชม  |  MEANTIME

ยูลิส นาร์แดง พร้อมแล้วที่จะเจาะเข้าสู่แมกมาใต้เปลือกโลก และหลอมกลายเป็น "บลาสต์"  การปะทุครั้งใหม่ของพลังงานจากภูเขาไฟ

เจนีวา, วันที่ 26 สิงหาคม 2020 – เปี่ยมด้วยพลังอันมหาศาล กับสไตล์คลาสสิกสง่างามของ ยูลิส นาร์แดง (Ulysse Nardin) นาฬิกา บลาสต์ (BLAST) ของวันนี้เปรียบเหมือนดั่งร่างอวตารแห่งยุคสมัยของตน ที่เป็นพลังอันทรงอำนาจของธรรมชาติ กับความมหัศจรรย์ทางเทคโนโลยีที่สร้างขึ้นด้วยเส้นสายอันแข็งกร้าวดุจหินและเข้มแข็งของความเป็นเอกบุรุษ นั่นจึงก่อเกิดเป็นผลงานรุ่นใหม่ล่าสุดของนาฬิกา สเกเลตัน ตูร์บิญอง (Skeleton Tourbillon) ที่จุดเปลวไฟและส่งคลื่นสั่นสะเทือนผ่านโลกแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาสู่แก่นของหัวใจ โดยผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมรูปทรงเรขาคณิตอันซับซ้อนของหูเชื่อมสายลายตารางหมากรุกที่ชวนให้นึกถึงเครื่องบินแอบแฝง และสร้างสรรค์สู่ผลงานชิ้นเอกอันโดดเด่น แข็งแกร่ง และน่าตื่นเต้น

ด้วยต้นแบบที่คมชัดและแข็งแกร่งซึ่งหล่อหลอมอยู่ภายในทุกอณูของ "เอ็กซ์-แฟคเตอร์" (“X-Factor”) และงานออกแบบอันแสนลึกลับซ่อนเร้น นาฬิกา บลาสต์ ใหม่เป็นเวอร์ชั่นที่ผ่านทั้งการตีความขึ้นใหม่ วาดขึ้นมาใหม่ และสร้างตัวเรือนขึ้นใหม่จากนาฬิการุ่นขายดีที่สุด อย่าง สเกเลตัน ตูร์บิญอง แบบโอเพ่นเวิร์ค (open-worked) ที่เป็นดั่งกระดูกสันหลังของ เหล่าคอลเลกชั่นนาฬิกาแห่ง ยูลิส นาร์แดง มานานนับหลายทศวรรษ ซึ่งรุ่นใหม่นี้จะพาคุณพุ่งทะยานขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ (stratosphere) นาฬิกา บลาสต์ ยังเย้ายวนจิตใจราวกับลมพายุ โดยการเล่นระหว่างความโปร่งใสของจักรกลตูร์บิญองซิลิเซียมอัตโนมัติใหม่อันเปี่ยมด้วยพลัง ซึ่งติดตั้งอยู่ภายใต้กรงรูปทรง เอ็กซ์ (X-shaped) ที่ผ่านการออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดด้วยภาพแห่งความแข็งแกร่งบึกบึน และทำงานภายในด้วยความถี่ 2.5 เฮิรตซ์ แสงที่แทรกสู่ลำตัวแบบโปร่งหรือโอเพ่นเวิร์คของนาฬิกายังดูคล้ายกับแสงเลเซอร์ โดยรหัสอันเปี่ยมด้วยสัญลักษณ์ของ สเกเลตัน ตูร์บิญอง ทั้งหมดนี้ยังรวมไปถึงกรอบทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า, สัญลักษณ์รูป3 เขาที่ยึดเข้ากับสาย, ขอบตัวเรือนสีอันเรียบลื่น และการติดตั้งในแนวดิ่งของกลไก พร้อมด้วยกระปุกลานที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ตลอดจนฟลายอิ้งตูร์บิญองที่ 6 นาฬิกา 



รูปลักษณ์อันโดดเด่นซึ่งได้ต้นแบบมาจากเส้นสายเดียวกันกับเหล่าเครื่องบินรบหลบหลีกเรดาร์นี้ คือบทพิสูจน์ล่าสุดของความก้าวหน้าล้ำสมัยด้านความสวยงามของยูลิส นาร์แดง โดยวิศวกรอากาศยานและกองทัพได้สร้างเครื่องบินแอบแฝงขึ้นด้วยขอบมุมที่สอดรับลงตัวและแต่งขอบเป็นลายสามเหลี่ยมคล้ายฟันเลื่อย เพื่อช่วยให้ไม่สามารถมองเห็นหรือจับเรดาร์ได้ รวมถึงช่วยหันเหคลื่นวิทยุ ขณะที่ทีมนักออกแบบของยูลิส นาร์แดง ก็ได้สร้างสรรค์สไตล์ใหม่และสร้างหูสายนาฬิกาขึ้นมาใหม่ ด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นคล้ายกับปีกอันเฉียบคมของเหล่าเครื่องบินรบขณะที่บินโฉบเฉี่ยวผ่านพายุ ด้วยความเรียบลื่น แต่บึกบึน หูสายเหล่านี้ยังมีความแข็งแกร่งและปราดเปรียวตามหลักแอโรไดนามิก ซึ่งดูคล้ายดั่งหินแหลมคมที่ยื่นโผล่ออกมาจากภูเขาไฟ ขณะที่แต่ละมุมของรูปทรงสามเหลี่ยมนั้นยังตกแต่งต่างกัน กับพื้นผิวของหูสายที่สลับระหว่างการขัดเงา ขัดซาติน และเคลือบผิวแซนด์บลาสต์ (sand-blasted) ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นความโดดเด่นดึงดูดสายตาและสะท้อนถึงมิติแห่งโลกอนาคต เหมือนกับภูมิทัศน์บนพื้่นผิวดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยแมกมาสีดำอันเยือกเย็นรายล้อมรอบภูเขาไฟ และส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงของดวงจันทร์

เช่นเดียวกับในนาฬิกา ฟรีค เอ็กซ์ (FREAK X), สเกเลตัน เอ็กซ์ (SKELETON X) และไดเวอร์ เอ็กซ์ (DIVER X) ที่   บลาสต์ ยังคงประทับด้วยสัญลักษณ์ "X” อันโดดเด่นและภาคภูมิใจ ซึ่งจริงๆ แล้ว "X" นี้ได้กลายเป็นแนวคิดหลักที่เกิดขึ้นและปรากฏอยู่ในนาฬิกาทุกคอลเลกชั่นทั้งหมดของยูลิส นาร์แดง เช่นเดียวกับการปรากฏตัวอย่างมั่นคงภายในนาฬิกา     บลาสต์ ทั้งสี่รุ่น ด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่ทับซ้อนซ่อนอยู่ภายในรูปทรงอีกชั้นกลายเป็นภาพอันแสนดึงดูดใจ นั่นคือ สัญลักษณ์ "X" ซึ่งล้อมกรอบด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าและซ้อนอยู่ภายในรูปวงกลม

ระเบิดปรมาณูของนาฬิการุ่นนี้ขับเคลื่อนโดยกลไกอันล้ำสมัยล่าสุดของ ยูเอ็น-172 (UN-172) (วิวัฒนาการของกลไก ยูเอ็น-171 (UN-171)) และสำรองพลังงานได้สามวัน พร้อมทั้งติดตั้งด้วยตูร์บิญองอัตโนมัติเป็นครั้งแรกภายในคอลเลกชั่น ยูลิส นาร์แดง สเกเลตัน กับไมโคร-โรเตอร์แพลทินัมขนาดจิ๋วใหม่อันทรงพลัง ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากเพียงด้านหน้าของนาฬิกาที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา โดย บลาสต์ จำเป็นต้องใช้เวลาถึง 18 เดือนในการประดิษฐ์ นับจากแนวคิดสู่การสร้างสรรค์ ซึ่งทุกๆ ส่วนของสิ่งประดิษฐ์อันมหัศจรรย์นี้ยังผ่านทั้งกระบวนการขบคิดอย่างชาญฉลาด นับจากขอบตัวเรือนทรงกลมพร้อมด้วยหยักฟันทรงสามเหลี่ยม ไปจนถึงสัญลักษณ์ "X” คู่ที่จับยึดเข้ากับกลไกด้วยโครงสร้างแบบแซนด์วิช "สไตล์หน่วยสายลับ" (“secret-agent style”) พร้อมทั้งหัวเข็มขัดสายปรับระดับเองได้ ซึ่งสามารถปลดออกได้อย่างง่ายดายเพียงคลิ๊กเดียว จากระบบหัวเข็มขัด 3บานพับใหม่ผ่านการจดสิทธิบัตรที่ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายและสอดคล้องไปกับลักษณะการใช้งาน โดยเฉพาะขณะเปิดบานพับที่ให้ความรู้สึกราวกับจังหวะแลกเปลี่ยนกันระหว่างคู่เต้นรำในจังหวะแทงโก้อันเย้ายวนใจ ซึ่งนั่นไม่เพียงง่ายดายอย่างน่าทึ่ง แต่ยังปลอดภัยอย่างเปี่ยมด้วยพลัง

เพื่อเป็นตัวแทนถึงพลังชีวิตที่ปะทุขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ยูลิส นาร์แดง ได้จับมือร่วมกับคารส์เทน พีเทอร์ (Carsten Peter) ช่างภาพธรรมชาติและนักเล่าเรื่องของเอ็กซ์ตรีม (Xtreme) โดยภาพสไตล์ เอ็กซ์โพลซีฟ (Xplosive) ของเขาได้พาผู้ชมไปอยู่ยังท่ามกลางดินแดนอันสุดขั้วที่พวกเราส่วนใหญ่ไม่เคยกล้าไปมาก่อน ทั้งเหนือธารน้ำแข็งมาสู่ใจกลางพายุทอร์นาโด และปีนขึ้นไปอยู่ท่ามกลางความร้อนระอุรอบภูเขาไฟ คารส์เทนยังเป็นนักเขียนประจำดีกรีรางวัลให้กับนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟิก (National Geographic Magazine) ซึ่งเชี่ยวชาญเฉพาะในการจับภาพเหตุการณ์ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนของดินแดนอันไกลโพ้นและอันตรายสูงสุดมากมายบนผืนโลก โดยใช้นวัตกรรมเทคนิคต่างๆ เขาคือนักบุกเบิก ทั้งการปลุกถ้ำที่เต็มไปด้วยสารพิษ ถ้ำความร้อน และทะเลสาบลาวาให้มีชีวิต และแลกเปลี่ยนภาพเหล่านี้กับผู้คนทั่วโลก โดยเป็นทั้งนักปีนเขา นักพาราไกลด์ นักเดินถ้ำ นักดำน้ำ และนักท่องแคนยอน คารส์เทนยังหลงใหลในเทคนิคการถ่ายภาพแบบดั้งเดิม ที่ช่วยให้เขาสามารถจับภาพเหตุการณ์จากหลากหลายสิ่งแวดล้อมแสนอันตรายสุดขั้วที่สุดของผืนโลกได้อย่างมีชีวิต คารส์เทนจึงถือเป็นตัวแทนจิตวิญญาณแห่งยูลิส นาร์แดง และความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเราทุกคน กับการได้ออกไปสู่มหากาพย์การเดินทางผจญภัยอันยาวนาน (Odyssey) ของเราเอง

นาฬิกา บลาสต์ จะมีให้เลือกในสี่รุ่นอันโดดเด่น และแต่ละรุ่นติดตั้งด้วยกลไกผลิตภายในโรงงานของตนเองชุดใหม่ ยูเอ็น-172 พร้อมทั้งตูร์บิญองอัตโนมัติ และหัวเข็มขัดสายแบบใหม่ปรับระดับเองได้ เสริมด้วยตัวเลือกของสายสามรูปแบบ ได้แก่ สายโครงสร้างยาง สายหนัง สายกำมะหยี่ และตัวเลือกของสายเฉพาะอื่นๆ  

น้ำแข็ง: ไวท์ บลาสต์, 45 มม.

องค์ประกอบสีสำหรับนาฬิการุ่นนี้ คือจานสีที่ได้โดยตรงมาจากแอนตาร์กติกา (Antarctica) กับการผสมผสานของเซรามิกสีขาว สีเทาเมทัลลิก สีน้ำเงินเข้ม และความโปร่งใสอันสวยงาม เหมือนดั่งทะเลสาบน้ำแข็ง และชวนให้นึกไปถึงธารน้ำแข็ง ซึ่งรุ่นนี้ได้ถ่ายทอดไว้บนขอบตัวเรือนไทเทเนียมเรียบลื่น พร้อมคำกำกับสีน้ำเงินเข้มบนกระปุกลานซึ่งอ้างอิงถึง "ซิลิเซียม เทคโนโลยี" (“Silicium Technology”) ที่ขับเคลื่อนอยู่ภายใน พร้อมทั้งโลโก้ "Ulysse Nardin” สีน้ำเงินเข้มถ่ายทอดอย่างโดดเด่นบนกรอบทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และสีน้ำเงินเข้มบนเครื่องหมายขีดและเข็มชี้สลักขึ้นรูปซึ่งเติมเต็มด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา (Superluminova) ส่วนทับทิมมีความโปร่งใสราวกับเกล็ดหิมะ

ไฟ: โรส โกลด์ บลาสต์, 45 มม.

หลอมขึ้นจากหนึ่งในโลหะอันล้ำค่าที่สุดบนผืนโลก โดยรุ่นนี้มาพร้อมตัวเรือนกลางเคลือบ ดีแอลซี (DLC) สีดำ และหูสายทำจากทองคำแท้ คู่ขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำ กับกรงตูร์บิญองสองโทนสีระหว่างสีโรสโกลด์และเคลือบ พีวีดี (PVD) สีดำ บรรจุเครื่องหมายบอกเวลาและเข็มชี้สลักขึ้นรูปและฝังด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา ทับทิมโปร่งใส สัญลักษณ์ X สีดำ กรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำ

ไฟ: แบล็ก บลาสต์, 45 มม.

รุ่นไอคอนิกของคอลเลกชั่นนี้ คือ แบล็ก บลาสต์ (BLACK BLAST) ที่มาพร้อมความสมบูรณ์แบบของตัวเรือนกลางด้านบนและขอบตัวเรือนทำจากเซรามิก สะพานจักรทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำ ลวดลาย "X” คู่สีแดงและสีดำ และบาลานซ์วีลสีแดงใหม่โดดเด่น ซึ่งนับเป็นครัั้งแรกที่ยูลิส นาร์แดง ได้พัฒนาบาลานซ์วีลสีขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน รอยต่อกระจกคริสตัลเป็นสีแดง เพื่อให้ทับทิมและคำกำกับ "Silicium Technology” ลงแล็กเกอร์บนกระปุกลานนั้นโดดเด่น ขณะที่โลโก้ Ulysse Nardin เป็นสีเทา เติมเต็มความสมบูรณ์ด้วยกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า หูสายทรงเรขาคณิตตกแต่งแบบขัดเงาทั้งหมด และตกแต่งแซนด์บลาสต์สำหรับส่วนที่เป็นการตกแต่งแบบด้าน

น้ำแข็ง: บลู บลาสต์, 45 มม.

สีฟ้าเย็นยะเยือกราวกับอยู่ภายในภูเขาน้ำแข็ง บลู บลาสต์ (BLUE BLAST) มีตัวเรือนกลางทำจากไทเทเนียม ขอบตัวเรือนไทเทเนียมสีฟ้า สะพานจักรทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าทำจากทองเหลืองสีฟ้า กรงตูร์บิญองสีฟ้า ลวดลาย "X” คู่สีฟ้าและสีเทา เข็มชี้และเครื่องหมายบอกเวลาสลักขึ้นรูปและตกแต่งสีเทาเมทัลลิก พร้อมด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา

Powered by MakeWebEasy.com