RADO ผนึกกำลังด้านการออกแบบกับนักออกแบบชื่อดัง เลอ กอร์บูร์ซิเย่

Last updated: Aug 27, 2020  |  136 จำนวนผู้เข้าชม  |  MEANTIME

RADO ผนึกกำลังด้านการออกแบบกับนักออกแบบชื่อดัง เลอ กอร์บูร์ซิเย่

หลังจากที่ RADO ผู้สรรสร้างนวัตกรรมเรือนเวลาระดับโลก สุดยอดงานออกแบบล้ำสมัย ผู้นำเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์ของวงการนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเลอ กอร์บูร์ซูซี่ (Les Couleurs Suisse) องค์กรที่อยู่ภายใต้ Foundation Le Corbusier ซึ่งถือสิทธิ์ในการออกใบอนุญาตการใช้ชุดสีเชิงสถาปัตยกรรม “Architectural Polychromy” ของนักออกแบบชื่อดังอย่าง เลอ กอร์บูร์ซิเย่ (Le Corbusier) แต่เพียงผู้เดียว และประสบความสำเร็จโดยได้รับเสียงตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากเมื่อปีที่ผ่านมา ในปีนี้ RADO จึงได้ผนึกกำลังร่วมมือกับพันธมิตรเดิมอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญในการต่อยอดความท้าทายด้านการออกแบบในโลกแห่งนวัตกรรมเรือนเวลาให้พัฒนาไปอีกระดับ

สีสันถือเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและมีความสำคัญต่อการออกแบบอย่างแท้จริง อานุภาพของสีได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยฟังก์ชั่นและเอฟเฟกต์ด้านการออกแบบสีนั้นได้รับการพัฒนาและวางแนวคิดใหม่ โดย เลอ กอร์บูร์ซิเย่ ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ส่งมอบสีสันให้กับงานด้านการก่อสร้าง ส่งมอบประสบการณ์จากความว่างเปล่าสู่ชุดสีเชิงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มอบความกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติและสามารถผสมผสานได้ทุกแนวทาง ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องให้ความสำคัญต่อผลลัพธ์ของสีที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบและการออกแบบสีเชิงสถาปัตยกรรม

ซึ่ง Charles Edouard Jeanneret Gris (ชื่อโดยกำเนิดของ Le Corbusier) หนึ่งในสถาปนิกและนักออกแบบระดับตำนาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานศิลปะ ภาพวาด กราฟิก ประติมากรรมและสิ่งทอ และเป็นผู้ที่สามารถจำแนกเฉดสีได้ถึง 63 เฉดสี จาก 2 คอลเลคชั่น ซึ่งทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็น 9 กลุ่มด้วยเฉดและโทนสีที่ต่างกัน ระบบสีและสี 63 เฉดของ Le Corbusier นำไปสู่การพัฒนาชุดสีเชิงสถาปัตยกรรม “Architectural Polychromy” ที่ใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันและได้รับการพิสูจน์โดยสถาปนิกและนักออกแบบชั้นนำว่าเป็นชุดสีเชิงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น

นอกจากนี้ระบบสีของ Le Corbusier ยังเป็นที่ยอมรับว่าสามารถถ่ายทอดข้อมูลด้านจิตวิทยาในทุกๆ เฉดสี โดยสีสันแห่งสถาปัตยกรรมของ Le Corbusier ได้ถูกคิดค้นและเปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1931 ก่อนพัฒนาต่อเนื่องและสร้างความฮือฮาอีกครั้งในปี 1959 ได้รับการพิสูจน์โดยสถาปนิกและนักออกแบบชั้นนำว่าเป็นชุดสีเชิงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มอบความกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติและสามารถผสมผสานได้ทุกแนวทาง อีกทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ด้านการบุกเบิก เนื่องจากชุดสีนี้ยังคงได้รับการใช้งานอยู่ในปัจจุบันโดยสถาปนิกและนักออกแบบทั่วโลก และยังคงได้รับการยกย่องว่ามีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันและมีความสำคัญกับการออกแบบอย่างแยกกันไม่ได้ ตลอดระยะเวลาเกือบ 90 ปีหลังจากที่ชุดสีเหล่านี้ได้รับการเปิดตัวเป็นครั้งแรก

ขณะที่ RADO ผู้สรรสร้างนวัตกรรมเรือนเวลาระดับโลก เป็นผู้คิดค้นสุดยอดการออกแบบที่มีความล้ำสมัย เป็นที่รู้จักในนามว่า "ผู้นำเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์” ของวงการนาฬิกาในยุคปัจจุบัน ทั้งยังเป็นแบรนด์ที่เป็นผู้นำด้านการสร้างสีสันที่โดดเด่นและประสบความสำเร็จในการสร้างสีสันลงบนวัสดุไฮเทคเซรามิกถึง 14 สี นับตั้งแต่เริ่มมีการใช้ไฮเทคเซรามิกครั้งแรกในปี 1986 และได้กลายเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาสีในวัสดุไฮเทคเซรามิกนับแต่นั้นเป็นต้นมา

เพื่อเฉลิมฉลองสีสันแห่งตำนานและพิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบ ในปีนี้ RADO มีความภาคภูมิใจที่จะนำเสนอนาฬิการุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นจำนวน 9 สี 9 เรือน ในคอลเล็คชั่น True Thinline Les Couleurs™ Le Corbusier ที่มีชุดเซ็ตสีแบบพิเศษ ทำจากไฮเทคเซรามิก แต่ละเรือนเป็นตัวแทนของสีหนึ่งสีจากเก้ากลุ่มที่อยู่ในชุดสี แต่ละเรือนแสดงถึงความก้าวล้ำด้านเทคโนโลยีของ RADO   ในการฉีดขึ้นรูปไฮเทคเซรามิกแบบเป็นชิ้นเดียว ถือเป็นการปฏิวัติวงการการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ด้านการบุกเบิกของแบรนด์ โดยมีเพียง RADO เท่านั้นที่สามารถผลิตสีเหล่านี้บนตัวเรือนเวลาระดับโลกได้

Powered by MakeWebEasy.com