เกษร เออร์เบิร์น รีสอร์ท ร่วมกับ ฟิซซ์ บอยซ์ จัดงานแชมเปญเทสติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิ้มรสชาติใหม่จาก 3 บูธีคแบรนด์ดัง ส่งตรงจากแคว้นชองปาญ-อาร์แดน ประเทศฝรั่งเศส

Last updated: Dec 16, 2019  |  220 จำนวนผู้เข้าชม  |  NEWS THAILAND

เกษร เออร์เบิร์น รีสอร์ท ร่วมกับ ฟิซซ์ บอยซ์  จัดงานแชมเปญเทสติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิ้มรสชาติใหม่จาก 3 บูธีคแบรนด์ดัง  ส่งตรงจากแคว้นชองปาญ-อาร์แดน ประเทศฝรั่งเศส

เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท (Gaysorn Urban Resort) แลนด์มาร์ค CO-SHARING SPACE แห่งแรกและแห่งเดียว ในประเทศไทย ที่นำเอาทั้งการทำงานและกิจกรรมไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบมาไว้ด้วยกัน ตั้งอยู่บนชั้น 19 – 20 ของอาคารเกษร ทาวเวอร์ มีขนาดพื้นที่กว่า 2,300 ตารางเมตร พื้นที่อำนวยความสะดวกรูปแบบใหม่ที่ออกแบบในสไตล์ รีสอร์ทสุดหรูกลางใจกรุงเทพมหานคร นำเสนอเอกลักษณ์ในการออกแบบพื้นที่ด้วยวิธีการ "นอกกรอบ" (Outside Of The Box) ที่ผสมผสานระหว่าง “ธรรมชาติ” และ “เมือง” เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อเปิดประสบการณ์ผ่านสัมผัสทั้ง 5 สร้างสรรค์บรรยากาศด้วยองค์ประกอบธรรมชาติ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์แรงบันดาลใจและไอเดียใหม่ๆ สร้างอิสระ ในการเชื่อมต่อ การมีส่วนร่วมและปฏิสัมพันธ์เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ ความคิดและรสนิยม ต่อยอดระหว่างธุรกิจสู่ธุรกิจ และคนสู่คน เนรมิตให้ทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิตและธุรกิจเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษแสนประทับใจ ด้วยสิ่งอำนวย ความสะดวกทางธุรกิจระดับเวิลด์คลาสที่ครบครันตอบสนองทุกฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ
 
แพทริค มาร์เทนส์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท Sabrage แชมเปญเปิดงาน
 
งาน “Gaysorn Urban Resort X Fizz Boyz Exclusive Champagne Tasting” ในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการสร้างประสบการณ์ใหม่บนพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์อย่าง เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท นั่นเอง โดยเริ่มกันที่แบรนด์แรกซึ่งมีต้นกำเนิด ในศตวรรษที่ 17 อย่าง Chartogne-Taillet (ชาตอง ทาเย) แชมเปญที่ผลิตโดยเลือกใช้องุ่นแดงปิโนต์ นัวร์ (pinot noir) 50% องุ่นขาวชาร์ดอนเนย์ (chardonnay) 40% และองุ่นแดงปิโนต์ เมอนิเยร์ (pinot meunier) 10% โดยมีการถ่ายทอด ภูมิปัญญาและส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบัน Chartogne-Taillet เป็น Growers' Champagne แบรนด์เดียวของชุมชน Merfy ซึ่งอยู่ทางเหนือของเนินเขา Reims ภายใต้การบริหารของ อเล็กซานเดอร์ ชาตอง (Alexandre Chartogne) ซึ่งเคยทำงานร่วมกับต้นแบบและไอดอลผู้ผลิตแชมเปญอย่าง Anselme Selosse ที่ให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนการบ่มแชมเปญ ตั้งแต่ผืนดิน การบ่มแชมเปญในเซลลาร์ไปจนถึงการบรรจุขวด ก่อนจะกลับมาพัฒนาแบรนด์ของเขาเองในปี 2006 สำหรับ แชมเปญของแบรนด์ที่ได้ลิ้มลองกันคือ Chartogne-Taillet 'Cuvée Ste.-Anne' Brut เป็นตัวเริ่มต้นที่กลมกล่อม สามารถทานคู่กับอาหารได้ดี โดยเฉพาะอาหารไทยหรืออาหารรสชาติเข้มข้น เช่น พาสต้าครีมซอส
 
ไวน์กูรู ณัฐวัฒน์ แย้มเกษร และ กิตติคุณ ทรัพย์ดี

ต่อกันด้วยแชมเปญยอดนิยมของเหล่า connoisseur ที่เลือกใช้องุ่นออร์แกนิคในการผลิตอย่าง JM Seleque (เจเอ็ม ซีลีค) จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้ย้อนกลับไปในปี 1965 เมื่อ อองรี เซลีค (Henri Sélèque) ปลูกองุ่นต้นแรกใน Pierry ฟาร์มทางตอนใต้ของ Epernay และบ่มแชมเปญครั้งแรกในปี 1976 โดยให้ความสำคัญกับความสมดุลของธรรมชาติที่สุด โดยฌอง-มาร์ค ซีลีค (Jean-Marc Sélèque) ผู้กุมบังเหียนคนปัจจุบันของแบรนด์ก็สืบทอดเจตนารมณ์ โดยให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกองุ่นแบบออร์แกนิค 100% ตั้งแต่ปี 2008 บ่มในห้องใต้ดินที่ใช้เหล็กกล้าไร้สนิม นำเข้าถังหมักจากแคว้นเบอร์กันดี เติมด้วยยีสต์ป่าซึ่งเป็นกลางกับแชมเปญ หมักแบบ Malolactic ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากนาปาวัลเลย์ในแคลิฟอร์เนียและยาร์ราวัลเลย์ในออสเตรเลีย กลับมาที่ Pierry ในปี 2008 ละเมียดละไมทุกขั้นตอน เพื่อให้รสชาติและเนื้อสัมผัสของแชมเปญออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด สำหรับแชมเปญของค่ำคืนนี้ คือ JM Seleque Solessence 7 Villages Extra Brut NV เหมาะเป็นสตาร์ทเตอร์ที่ดีก่อนการรับประทานอาหาร

 อิทธิ ยศสุนทร และ ดร.อัครวัฒน์ ศรีณรงค์

และแบรนด์สุดท้ายของค่ำคืน Dhondt-Grellet (ดอง เกเรต์) ที่จุดเริ่มต้นมาจาก Eric Dhondt (อีริค เกเรต์) และ Edith Grellet (อีดิธ เกเรต์) เกษตรกรเจ้าของฟาร์มองุ่นในเขต Côte des Blancs ตัดสินใจหยุดขายองุ่นให้พ่อค้า และเริ่มบ่ม แชมเปญในปี 1986 หลังจากบ่มแชมเปญมาหลายทศวรรษ ก็ถึงเวลาต้องส่งไม้ต่อให้ทายาทรุ่นใหม่อย่าง เอเดรียน ดอง (Adrien Dhondt) ที่ไม่เพียงสืบทอดองค์ความรู้การบ่มแชมเปญของครอบครัวแต่ยังต่อยอดพัฒนาไปอีกขั้น โดยเลือกปลูกชาร์ดอนเนย์ (chardonnay) ราชินีแห่งองุ่นเขียวแบบออร์แกนิคในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของหมู่บ้าน Cramant และ Cuis โดยแชมเปญที่นำมาเปิดให้ลิ้มลองกันคือ Dhondt-Grellet's NV Extra Brut Blanc de Blancs Les Terres Fines 1er Cru บอดี้ของแชมเปญค่อนข้างเข้มข้น ให้รสสัมผัสแบบดราย (dry) ผสานกลิ่นและรสชาติของมิเนรัล (mineral) เหมาะรับประทานกับอาหารทะเล โดยเฉพาะหอยนางรม

 ภาพบรรยากาศงาน

และห้ามพลาด! สำหรับในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท ชวนทุกคนมาสนุกกับปาร์ตี้ เคาท์ดาวน์ในงาน Gaysorn “WHITE PARTY Countdown Celebration 2020” เติมเต็มบรรยากาศ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ชมวิวเหนือเส้นขอบฟ้ายามค่ำคืนของกรุงเทพฯ พร้อมสนุกไปกับดนตรีหลากหลายแนว กิจกรรมบูธภาพถ่าย และเพ้นท์ใบหน้าสำหรับแขกที่มาร่วมงาน พร้อมเครื่องดื่ม อาทิ บูธีคแชมเปญ Chartogne-Taillet, JM Seleque และ Dhondt-Grellet และอาหารพร้อมเสิร์ฟตลอดคืน มาสนุกไปกับปาร์ตี้ ณ เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท ในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 เวลา 17.00 น. ถึง วันที่ 1 มกราคม 2563 เวลา 02.00 น. พิเศษ! ซื้อบัตรเข้างานล่วงหน้า ในราคาเพียง 2,000 บาท (จำนวนจำกัด 200 ใบเท่านั้น) และลูกค้า เกษร วิลเลจ รับส่วนลด 15% ติดต่อซื้อบัตรได้ที่ เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท โทร.02-2533999 หรือ www.gaysornurbanresort.com

Powered by MakeWebEasy.com