Alhambra

Last updated: Oct 10, 2019  |  458 จำนวนผู้เข้าชม  |  JEWELRY

Alhambra

แต่ละปี Van Cleef & Arpels จะถ่ายทอดกระแสพลังทางการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตนมาสู่ผลงานรุ่นใหม่ มีจำนวนจำกัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ครอบคลุมถึงจี้สร้อยคอวินเทจ อัลลองบร้า (Vintage Alhambra pendant) และสำหรับปีนี้ เมซงได้กระชับความสัมพันธ์ของตนกับแซร์ (Manufacture nationale de Sèvres) ผู้ผลิตพอร์ซเลน อันถือเป็นสถาบันศิลปะแห่งชาติ ผ่านจี้สร้อยคออันเป็นบทบรรจบระหว่างแผ่นพอร์ซเลนสีฟ้าสดดุจผืนฟ้าที่เรียกว่าเฉดสีฟ้า Celestial Blue บนตัวเรือนทองคำเหลืองสุกสกาว ก่อประกายรัศมีเจิดจ้าดั่งดวงตะวัน

A REFINED ASSOCIATION OF MATERIALS

 หนึ่งในผลงานแบบฉบับของ Van Cleef & Arpels คอลเลคชั่นเครื่องประดับอัลลองบร้า มีการพลิกแพลงลูกเล่นอย่างงามสง่ามาตั้งแต่ปี 1968 ผ่านการเลือกใช้วัสดุที่หลากหลายให้สอดคล้องกับโอกาสต่างๆ

สำหรับเทศกาลฮอลิเดย์ อันถือเป็นช่วงเวลาแห่งโชคมงคล จี้สร้อยคอวิจเทจ อัลลองบร้า หรือ Vintage Alhambra pendant ในปีนี้ จุดประกายปรารถนาให้ครอบครองด้วยตัวเรือนทองรองรับแผ่นพอร์ซเลนจากเมืองแซร์ (Sèvres) ในสีฟ้าสด Celestial Blue กระเบื้องพอร์ซเลนอันทรงเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับการสรรค์สร้างโดยผู้ผลิตระดับตำนานมานานกว่า 250 ปี กับเฉดสีที่ตัดกับประกายทองเหลืองอร่ามราวจำลองแสงแห่งดวงตะวัน ก่อกำเนิดผลงานสุดวิจิตรบรรจง ทวีความหรูหราเลอค่าด้วยงานฝังเพชรเดี่ยวทรงกลมสุกใสตรงกึ่งกลางเพื่อเจิดจรัสความงามอยู่บนระหงลำคอ


TWO LEADING NAMES IN FRANCE’S CULTURAL HERITAGE

สำหรับผลงาน Vintage Alhambra รุ่นพิเศษ มีจำนวนจำกัด Van Cleef & Arpels ได้เลือกผนึกกำลังทางการใช้ความคิดสร้างสรรค์กับ Manufacture de Sèvres (มานูฟากเชอร เดอ แซร์) นามแห่งหนึ่งในผู้ผลิตผลงานศิลปะเพื่อการประดับตกแต่งอันสร้างชื่อให้แก่ประเทศฝรั่งเศส งานฝีมือตามธรรมเนียมของ “แซร์” สืบทอดยาวนานมานานกว่า 250 ปี ได้ร่วมเติมเต็มทักษะทางการผลิตเครื่องประดับอัญมณีของเมซงบนรากฐานปรัชญาเดียวกัน นั่นคือมุ่งสู่ความเป็นเลิศ และส่งผ่านไหวพริบในการพลิกแพลงความชำนาญด้านต่างๆ มาสู่งานสร้างสรรค์

โรงงานผลิตพอร์ซเลนแห่งนี้ได้ก่อตั้งขึ้นในเมืองแซร์ อันเป็นที่มาของชื่อเรียกไปโดยปริยายเมื่อปีค.ศ. 1740 ภายใต้แรงผลักดันจากมาดาม เดอ ปอมปาดูร (นามเดิมคือฌานน์ อังตัวเนต์ ปัวส์ซอง ดำรงยศมารควิสแห่งปอมปาดู และดำรงตำแหน่งผู้ดูแลฝ่ายใน หรือหัวหน้านางสนม นางกำนัลในราชสำนักพระเจ้าลูอิสที่ 15 แห่งฝรั่งเศสระหว่างปี 1745 จนถึง 1751 เป็นผู้ทรงอิทธิพลอย่างสูงในราชสำนักฝรั่งเศสยุคนั้น) โรงงานที่เมืองแซร์แห่งนี้ ได้ทำการผลิตเครื่องกระเบื้องพอร์ซเลนทั้งภาชนะ เครื่องใช้ประจำโต๊ะเสวยไปจนถึงศิลปะวัตถุต่างๆ ถวายแก่บรรดากษัตริย์ฝรั่งเศสนับแต่นั้นมา ความวิจิตรบรรจงทางงานฝีมือสร้างชื่อให้แก่แซร์จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว บรรดาสถาบันชั้นนำของประเทศ ตลอดจนราชสำนักต่างประเทศ ล้วนเรียกหาแต่ผลงานของแซร์ ด้วยคุณภาพวัตถุดิบอันกำเนิดจากดินขาวเกาลินที่ได้จากแซงต์-ญรีเอียกซ์ใกล้เมืองลิโมช ถูกนำมาผสมกับวัสดุต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผงสีฟ้าสดเอกลักษณ์แซร์ ซึ่งสกัดจากโคบอล์ท (โคบอล์ท อ๊อกไซด์) ผสมกับสารเคลือบเงาจนได้สีฟ้าแบบฉบับที่เรียกกันว่า bleu de Sèvres (เบลอ เดอ แซร์: สีฟ้าแห่งแซร์) ความเป็นเลิศในเชิงหัตถกรรม และรสนิยมอันทันสมัย ได้สร้างชื่อเสียงระดับสากล ยืนยังอย่างมิอาจหาใดทัดเทียมมาจวบจนทุกวันนี้

นับตั้งแต่ปี 2012 เมซงได้ร่วมงานกับ Manufacture nationale de Sèvres ในการสรรค์สร้างผลงานรุ่นพิเศษ มีจำนวนจำกัดมาเป็นระยะ ผลงานอัลลองบร้าหลายรุ่น สะกดสายตาด้วยสีชมพูราสพ์เบอร์รี่ สีฟ้าแห่งแซร์ (bleu de Sèvres) และสีชมพูอ่อนซีดจนเกือบขาว

A MEETING OF TRADITIONAL SKILLS

สำหรับปีนี้ เมซงได้เลือกสีฟ้าสดจนเกือบเป็นสีน้ำเงินของผืนฟ้าไร้เมฆที่เรียกว่าเฉดสี Celestial Blue ซึ่งแซร์ได้ออกแบบขึ้นเมื่อปี 1752 สำหรับใช้กับชุดเสวยพระกระยาหารค่ำมื้อแรกของพระเจ้าลูอิสที่ 15 แห่งฝรั่งเศส ล่าสุด สีฟ้าเฉดนี้ถูกนำมาใช้กับผลงานเครื่องประดับอัลลองบร้า ซึ่งแต่ละรุ่น คือ บทระดมพลอยเนื้อแข็ง แผ่นแม่มุกมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ล และวัสดุล้ำค่าอื่นๆ มาใช้ร่วมกัน สุดยอดปรารถนาอันเนื่องมาจากความงามสง่า พอร์ซเลนซึ่งผลิตขึ้นที่เมืองแซร์ อันเป็นที่มาของนามเกริกไกร อาศัยวัตถุดิบธรรมชาติเลอค่าร่วมกับผงเม็ดสีที่ได้จากหินแร่หลากชนิด ก่อนผ่านการย้อมสีด้วยฝีมือของช่างฝีมือประจำโรงงาน ผิวสัมผัสเนียนนุ่มของพอร์ซเลนจากแซร์โดดเด่นเป็นหนึ่งด้วยประกายเงางามละเมียดละไม
การนำแผ่นพอร์ซเลนจากแซร์มาใช้ผลิตเป็นแผ่นโมทิฟรูปทรงอัลลองบร้า ต้องอาศัยกรรมวิธีต่างๆ ถึงยี่สิบลำดับขั้นตอน อันรวมถึงการลนไฟ, ขัดผิว และเคลือบเงา คุณลักษณ์เฉพาะตัวของพอร์ซเลนจากแซร์ ยังส่งผลให้ Van Cleef & Arpels ต้องพัฒนาเทคนิคการฝังขึ้นตัวเรือนแบบเฉพาะมารองรับ เพื่อความมั่นใจในการอยู่ร่วมกันระหว่างแผ่นโมทิฟทำจากพอร์ซเลนเลอค่า และตัวเรือนทองคำสุกสกาว

A CREATION TO PERSONALIZE
เพื่อทวีความพิเศษ แสดงถึงเอกสิทธิ์ของผู้ได้ครอบครองผลงานสุดพิเศษ มีจำนวนจำกัดรุ่นนี้ จี้แต่ละชิ้นสามารถบ่งบอกถึงความเป็นส่วนตัวได้ด้วยการสั่งสลักจารึกลงบนด้านหลัง เท่านั้น แผ่นโมทิฟอัลลองบร้าที่งดงามเหนือกระแสความนิยมของยุคสมัยก็จะสะท้อนถึงเรื่องราวส่วนบุคคล หรือช่วงเวลาสำคัญของ ผู้เป็นเจ้าของ ผ่านการจารึกชื่อ, วันที่ หรือสลักข้อความ จากนั้น จี้สร้อยคอ Vintage Alhambra ชิ้นนี้ก็จะกลายเป็นผลงานเอกลักษณ์ชิ้นเดียวในโลกตลอดไป

ALHAMBRA, AN ICON OF LUCK SINCE 1968

“ถ้าอยากมีโชค คุณก็ต้องเชื่อในโชค” อย่างที่ฌาคส์ อารเปลส์ หลานชายของเอสแต็ลล์ อารเปลส์ เคยกล่าวไว้ เครื่องราง และสัญลักษณ์นำโชค ถือเป็นคุณลักษณ์หนึ่งซึ่งเมซงรักยิ่ง เป็นทั้งเครื่องชี้นำ และแรงบันดาลใจในการออกแบบผลงานสร้างสรรค์อันทรงเอกลักษณ์อย่างที่สุดมาตลอด ในปี 1968 เมซงได้ออกแบบ สร้างสรรค์สร้อยคอยาวอัลลองบร้าเส้นแรกขึ้น โดยอาศัยแรงบันดาลใจจากรูปทรงของใบโคลเวอร์สี่แฉก ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ หรือเครื่องรางนำโชคอย่างหนึ่ง มาพลิกแพลงเป็นแผ่นชิ้นส่วนรูปทรงเอกลักษณ์ อย่างที่เรียกว่า “แผ่นโมทิฟ” ทำจากทองคำสีเหลืองลายริ้วในตัว และเดินขอบรอบกรอบชิ้นงานด้วยลูกปัดทองกลมกลึงอย่างอ่อนช้อย พิถีพิถัน และประสบความสำเร็จในทันทีพร้อมกับได้รับความนิยมไปทั่วโลกในฐานะ แบบฉบับแห่งเครื่องประดับ นำโชค สัญลักษณ์แห่ง Van Cleef & Arpels เพื่อสืบทอดธรรมเนียมความเป็นเลิศประจำเมซง เครื่องประดับอัลลองบร้าในแต่ละ คอลเลคชั่นล้วนเป็นบทสะท้อนถึงทักษะทางการผลิตเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงขั้นตอนของการขัดผิว ความชำนาญแขนงต่างๆ ถูกระดมมาใช้ในการสรรค์สร้างผลงานอันทรงแบบฉบับที่จะยืนหยัดเหนือกาลเวลา

Powered by MakeWebEasy.com