MYTHICAL COUPLES HIGH JEWELRY WATCHES

Last updated: Sep 30, 2019  |  625 จำนวนผู้เข้าชม  |  NEWS

MYTHICAL COUPLES HIGH JEWELRY WATCHES

เครื่องประดับในเนื้อแท้ แต่ก็เป็นเครื่องบอกเวลา ซึ่งจุดประกายปรารถนาไปพร้อมกัน เครื่องประดับบอกเวลา หรือนาฬิกาเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง (High Jewelry watch) ทำหน้าที่บอกเวลาผ่านประกายระยิบระยับจากงานฝีมือสุดวิจิตรบรรจง

ความรัก อันถือเป็นรากฐานสำคัญในการออกแบบเมซง ถูกถ่ายทอดผ่านประกายระยับแสงของนาฬิกาข้อมือแปดเรือน ซึ่งต่างเล่าขานเรื่องราวของคู่รักระดับตำนาน ทั้งจากวรรณกรรม, เทพปกรณัม และอุปรากร เสน่หาดื่มด่ำของพวกเขา ลิขิตชีวิตให้แก่ผลงานสร้างสรรค์อันหลอมรวมทักษะ ความชำนาญชั้นสูงของบรรดาช่างมือทองหรือ Mains d’Or (เมงส์ดอร)  แห่ง Van Cleef & Arpels เข้ากับหลากเฉดสีของอัญมณีล้ำค่าเพื่อสะท้อนถึงอารมณ์และความรู้สึกในแง่มุมต่างๆ

ราวกับกลเกมของการซ่อนเร้น ปิดบัง เครื่องหมายบอกเวลาถูกแอบแฝงไว้ภายใต้กลไกหน้าปัดเลื่อน หรือบานพับยกตัวแผ่นโมทิฟฝังอัญมณีในทรวดทรงต่างๆ เพื่อเป็นการสืบทอดธรรมเนียมนิยมของเมซงในการเก็บงำความลับอย่างแยบคาย : เครื่องประดับซ่อนเวลาหรือ Secret Watch ทั้งหลาย นำมาซึ่งความพิศวง และอัศจรรย์ใจอย่างแท้จริง
 
 
AÏDA & RADAMÈS

จากอุปรากรเรื่องอาอิดา นำมาซึ่งกำไลข้อมือเลอค่าสองวง ร่วมกันเล่าเรื่องราวของราดาเมส นายทหารหนุ่มผู้บังคับบัญชาหน่วยราชองครักษ์ของฟาโรห์แห่งอียิปต์ ผู้ต้องมนต์เสน่ห์ความงามของอาอิดา หรือ ไอด้าในภาษาฝรั่งเศส เจ้าหญิงเอธิโอเปียผู้ถูกจับมาเป็นเชลย แต่ละตัวเรือนนาฬิกา อาศัยความโค้งเว้ากลมกลึงของเนื้อทองคำขัดผิวเงาราวกระจกจำลองรูปทรงเนินทรายร้อนระอุที่ขนานตัวเป็นทิวสลับซับซ้อนไปตามลำนำไนล์แห่งอียิปต์ ส่วนสายน้ำหล่อเลี้ยงมหาอาณาจักร คือ การรองรับไพลินสีน้ำเงินเฉดต่างๆ ร้อยเรียงเป็นพลิ้วคลื่นไล่แนวตามทรงโค้งของโครงสร้างตัวเรือนโลหะแถบบาง ส่วนใจกลางของชิ้นงานคือดอกบัวพลอยเม็ดงามลอยตัวบนผิวน้ำรัตนชาติหลากสี ทั้งพลอยเนื้อแข็ง และเพชรกระจ่างใส ไพลินเม็ดเดี่ยวจากมาดากัสการ์ครองบัลลังก์   ปัทมาของกำไลแต่ละวง – ไพลินสีน้ำเงินน้ำหนัก 5.59 กะรัต กับไพลินสีชมพูน้ำหนัก 5.93 กะรัต ต่างเป็นบทยกย่องหัวใจของคู่รักที่เต้นตามชีพจร ผสานสอดคล้องเป็นจังหวะเดียว
 
บทบรรจบระหว่างทักษะ ความชำนาญในการผลิตเครื่องประดับชั้นสูงของเมซง กับไหวพริบอันแยบคายของช่างฝีมือผู้ผลิตนาฬิกานำมาซึ่งกลไกเลื่อนเรือนหน้าปัดบอกเวลาออกมาจากใต้โมทิฟดอกบัวกลางชิ้นงาน ความวิจิตรบรรจงของงานฝังแผ่น  รัตนชาติโดยอาศัยเทคนิคเดียวกับงานฝังมุกบนแผ่นไม้ในการรองรับแผ่นหินพลอยสมุทรลาพิซ ลาซูลิ สลับกับแผ่นแม่มุก          มาเธอร์-ออฟ-เพิร์ลสีขาว หรือแผ่นหินพลอยสมุทรลาพิซ ลาซูลิ สลับกับแผ่นหินไข่นกการเวกสีฟ้าสว่างเป็นลวดลายฝูงปลา ร่วมกับงานฝังเพชรบอกเวลาเลอค่าสิบสองชั่วโมง

 
PHILÉMON & BAUCIS
จากตำนานเทพปกรณัมกรีกว่าด้วยเรื่องราวของฟิลลีมอน หรือฟิเลมง ในภาษาฝรั่งเศส กับนางบอคิส หรือ โบซิส ตามคำอ่านภาษาฝรั่งเศส เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนน้ำใจอันงดงาม กับความเมตตากรุณาของทั้งคู่ ทวยเทพจึงประสาทพรตอบสนองปรารถนาที่จะไม่มีวันพรากจากกันของสองสามีภรรยา เมื่อถึงวันสิ้นชีพ ฟิลลีมอนได้กลายเป็นต้นโอ๊ค ในขณะที่บอคิสกลายเป็นลินเดน หรือต้นมะนาว เพื่อเป็นที่ระลึกถึงตำนานความรักอันมั่นคง กำไลข้อมือของเครื่องประดับซ่อนเวลาเรือนนี้ อาศัยการประกอบชิ้นส่วนโมทิฟใบลินเดนฝังเพชรไว้ด้านหนึ่ง ส่วนอีกด้านคือแผ่นโมทิฟทรงใบโอ๊คฝังเพชรเช่นเดียวกัน โดยมีห่วงวงแหวนเชื่อมต่อไม้ต่างพันธุ์ทั้งสองเข้ากับฐานตัวเรือนฝังเพชรล้อมรองรับโดมมรกต ซึ่งใช้เทคนิคการฝังขึ้นตัวเรือนซ่อนหนามเตยตามธรรมเนียมดั้งเดิม และเมื่อยกโดมมรกตนี้ขึ้น ก็จะพบว่าเพชรล้อมนั้นคือกรอบรอบหน้าปัดฝังเพชรแบบจิกไข่ปลาเพื่อทำหน้าที่บอกเวลาอยู่ภายใน ความละเอียดอ่อนวิจิตรตระการตายังปรากฎผ่านแถบริบบิ้นฝังไพลินเหลี่ยมบาแก็ตต์ซึ่งดูราวพันกระหวัดรอบห่วงวงแหวนประดับมรกตทรงลูกแพร์ จุดเชื่อมต่องานเดินโมทิฟวงกำไล มรกตทั้งสองต่างได้รับการคัดเลือกในเรื่องของสี และผ่านการเจียระไนอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เข้ากันได้อย่างลงตัว

 
ULYSSE & PÉNÉLOPE
จากมหากาพย์ “โอดีสซีย์” ของโฮเมอร์ นางเพเนโลป จะทอผ้าลายจิตรกรรมในตอนกลางวัน และว่างเว้นเมื่อราตรีมาเยือนขณะเฝ้ารอการกลับมาของยูลิซิส หรือ อูลีซ ในภาษาฝรั่งเศส เพื่อเป็นพยานแห่งความรัก สัตย์ซื่อและมั่นคง งานออกแบบตัวแทนแห่งศรัทธารักอาศัยบรรดาแถบริบบิ้นโลหะทองคำขาวเส้นเรียวบางฝังเพชร กับไพลินพันเกลียวโอบกระหวัดรอบตัวเรือนวงกำไลของเครื่องประดับบอกเวลารุ่นนี้ แรงบันดาลใจเดียวกันยังปรากฏบนตัวกลัดยึดสาย ซึ่งใช้งานฝังไพลินเจียระไนเหลี่ยมบาแก็ตต์ต่อกันดุจลายทออันแน่นหนาบนผืนผ้าจิตรกรรม หน้าปัดบอกเวลาฝังไพลินเรียงวนเป็นขดคลื่นอันชวนให้นึกถึงท้องทะเลเอเจียนซึ่งยูลิซิสกำลังข้ามผ่านระหว่างเดินทางกลับ ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้แถบเกลียวทองคำขาวฝังเพชรซึ่งพันโค้งโอบล้อมตามรูปทรงวงกำไล งานไล่เฉดสีของเพชรกับไพลิน เกิดจากความอดทนในการคัดเลือก และจับคู่สี อันเป็นฝีมือของช่างอัญมณศาสตร์  ประจำเมซงเพื่อสื่อถึงอารมณ์แปรปรวนของธรรมชาติได้อย่างน่าประทับใจ

 
TRISTAN & ISEULT

อุปรากรเยอรมันซึ่งริชชาร์ท วากเนอร์ดัดแปลงมาจากตำนานในยุคกลางเรื่องทริสทันของก็อทฟรีท วอน สตราส์บวร์กเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเครื่องประดับซ่อนเวลา ซึ่งอาศัยบทบรรจบระหว่างพวงใบองุ่นกับพุ่มกุหลาบมาเป็นบทสรรเสริญเรื่องราวความรักอันงดงามระหว่างอัศวินทริสแตน หรือทรีส์ตาง ในภาษาฝรั่งเศส กับเจ้าหญิงอิโซลด์ ภาษาฝรั่งเศส คือ อิซูลต์ ไพลินสีชมพูสดเข้ม เจียระไนทรงเหลี่ยมหมอนน้ำหนัก 5.59 กะรัตดูราวจะผลิบานปานกุหลาบอยู่ในใจกลางใบไม้เพชร     เนื้อสีกระจ่างจรัสประกายปลุกจินตนาการให้นึกถึงโทนผิวผุดผ่องส่องสกาวของอิโซลด์ ในขณะที่ฝั่งตรงข้าม ประจันหน้าเสมือนกำลังเอื้อนเอ่ยสนทนากันนั้นคือเพชรทรงหยดน้ำน้ำหนัก 1.13 กะรัตพราวแสงสะกดสายตาอยู่บนใบไม้ไพลินสีน้ำเงินกับสีชมพู เพื่อเป็นตัวแทนอัศวินหนุ่มทริสแตน ด้วยการใช้กลไกซ่อนสุดแยบยล ใจกลางช่อใบไม้จึงสามารถยกขึ้นเพื่อเผยให้เห็นหน้าปัดกับข้อความจารึกไว้ว่า “Ni vous sans moi ni moi sans vous” (เจ้าไม่มีวันปราศจากข้า และข้าไม่มีวันปราศจากเจ้า) สไตล์อสมมาตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางการออกแบบประจำ Van Cleef & Arpels ทั้งในแง่ของรูปทรง และสีสัน  ดุจส่งผ่านพลังไหลเวียนลงสู่ผลงานที่เล่าขานถึงตำนานรักระดับโลกซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นิยายรักเรื่องอื่นๆในยุคต่อมา

 
AMYTIS & NABUCHODONOSOR

จากตำนานความรักของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ที่ 2 หรือนาบูโชโดโนซอร ในภาษาฝรั่งเศสกับราชินีเซมีรามิส หรือ อามีทิสจากมีเดีย มาสู่ผลงานจุดประกายจินตนาการถึงบาทวิถีที่ขนาบสองข้างทางด้วยเสาระเบียง สระน้ำกระจ่างใสและสวนรุกขชาติตระการตา เพื่อเป็นที่รำลึกถึงความเกริกไกรของสวนลอยบาบิโลนในตำนาน จากเรื่องเล่าขาน อนุสรณ์สถานแห่งความรักนี้ถือเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ที่ 2 ได้สั่งให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญแก่ราชินีเซมีรามิส บรรดาหินไข่นกการเวกเทอร์คอยซ์สีฟ้าสดใส ถูกรายล้อมอยู่ท่ามกลางมรกตเจียระไนหน้าตัดนูนสูงขนาดลดหลั่นไล่ลำดับเรียงแถวเป็นวงล้อมอยู่บนโครงสร้างอันประกอบขึ้นจากเสาทองคำสีกุหลาบ ทองคำขาว และเพชรเจียระไนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า บาแก็ตต์ ศูนย์กลางของเครื่องประดับซ่อนเวลาชิ้นนี้คือเพชรเจียระไนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าบาแก็ตต์ฝังเรียงแถวก่อรูปทรงดุจวงเส้นรัศมีทอประกายล้อมไพลินพม่าเม็ดเดี่ยวน้ำหนัก 6.75 กะรัต เจียระไนทรงสี่เหลี่ยมน้ำตาลก้อนสำหรับปิดบังหน้าปัดฝังเพชรจิกไข่ปลาอย่างแยบคายโดยแผ่นโมทิฟนี้สามารถยกตัวขึ้นอย่างงามสง่าเพื่อใช้บอกเวลาตามต้องการ

 
L’HISTOIRE D’AMOUR DE FLORE & ZÉPHYR
 
จากตำนานเทพปรณัมกรีก ความรักระหว่างฟลอรากับเฟวอนิอุซ เทพเจ้าแห่งลมตะวันตกเฟวอนิอุซ หรือเซฟีร ในชื่อฝรั่งเศส ได้มอบทุ่งดอกไม้เพื่อเป็นของขวัญแสดงความรักอันมากล้นให้แก่นางฟ้าฟลอรา หรือฟลอเร ตามคำเรียกภาษาฝรั่งเศส เพื่อให้นางได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิตลอดเวลา แต่ละปี เมื่อสิ้นเหมันต์ เทพธิดาประจำฤดูใบไม้ผลิจะปลุกธรรมชาติให้ฟื้นตื่นจากหลับใหลด้วยดอกไม้หลากสายพันธุ์ บนเครื่องประดับซ่อนเวลาเส้นนี้ สายลมโชยพัดอ่อนโยนให้บรรดาเมล็ดพันธุ์กระจัดกระจายไปทั่วในฤดูแห่งการกำเนิดใหม่ ถูกจำลองแบบด้วยการใช้โครงสร้างตัวเรือนทองคำขาวทำเป็นขดเกลียวของสายลมฝังเพชร ในขณะที่ช่อไพลิน และพลอยสปีเนล ราวถูกพัดกรูเกรียวจนลอยคว้างตามกันเป็นสาย สีสันสดใสไล่ลำดับจากชมพูไปสู่ม่วงอมแดง แฝงอยู่ด้านหลังลีลาของลวดลายระยิบระยับเหล่านี้คือหน้าปัดซ่อนที่รอบอกเวลาด้วยการหมุนกลไกเท่านั้น ก็สามารถเผยให้เห็นเข็มและอ่านเวลาได้ดั่งปรารถนาในท่วงท่าละเมียดละไม

 
APHRODITE & ADONIS
 
จากตำนานเทพปกรณัมกรีก นาฬิกาเครื่องประดับชั้นสูงเรือนนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวความรักของอะโฟรไดต์ หรือวีนัส เทพีแห่งความรัก กับอะดอนิส หรืออะโดนิส ในภาษาฝรั่งเศส หนุ่มคู่รักเจ้าของฉายาบุรุษรูปงามที่สุดแห่งแผ่นดิน หลังชายหนุ่มได้รับแผลฉกรรจ์จากการโดนเขี้ยวหมูป่า ซึ่งเป็นร่างแปลงของเทพแอเรส ขวิดระหว่างเดินทางอยู่กลางป่า เทพีอะโฟรไดต์ คือ ผู้เดียวที่อยู่ข้างกายเขาจนวาระของลมหายใจสุดท้าย น้ำตาแห่งความเศร้าโศกโทมนัสของเทพีหยาดหยดลงบนแผลอาบเลือด ก่อให้เกิดเป็นอาเนโมนหรือเบญจมาศแดงผลิดอกขึ้นมา บนวงกำไล พันธนาการแห่งความรัก ซึ่งหล่อหลอมสองหัวใจในตำนานเทพนี้ให้อยู่ด้วยกัน อาศัยชิ้นส่วนโมทิฟฝังเพชรเดินลายไขว้สานเป็นเกลียวโปร่ง ลีลาไล่ลำดับสีของไพลินน้ำเงินต่างหยดน้ำตาของอะโฟรไดต์ก่อนกลับกลายเป็นดอกอาเนโมนรองรับไพลินสีชมพูกับสีม่วงอมชมพูที่กำลังผลิบาน ลูกเล่นระหว่างสีสันกับความซับซ้อนในเชิงทรวดทรงสามมิติ จำลองการเรียงซ้อนของกลีบดอกระหว่างคลี่ตัวแยกแย้มอย่างสมจริง ด้วยจังหวะของการจัดตำแหน่งไล่วนเป็นวง หนึ่งในกลีบดอกนั้นคือกลไกพลิกเปิดเพื่อเผยให้เห็นหน้าปัด ซึ่งอาศัยงานฝังแผ่นแม่มุกมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ล สีเทากับสีขาว

Powered by MakeWebEasy.com