บลองแปง (Blancpain) เปิดประสบการณ์ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต (Art de Vivre) ถ่ายทอดผ่านร้านอาหารมิชลินสตาร์ซูห์ริง (Sühring)

Last updated: Aug 26, 2019  |  431 จำนวนผู้เข้าชม  |  NEWS

บลองแปง (Blancpain) เปิดประสบการณ์ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต (Art de Vivre)   ถ่ายทอดผ่านร้านอาหารมิชลินสตาร์ซูห์ริง (Sühring)

มื้ออาหารสุดพิเศษในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความมุ่งมั่นและอุดมการณ์ของบลองแปงเกี่ยวกับศิลปะแห่งการใช้ชีวิต (Art de Vivre) ร่วมถ่ายทอดมิตรภาพที่บลองแปงได้สร้างขึ้นกับเชฟชื่อดังทั่วโลกตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา

ความพิเศษเริ่มขึ้นด้วยการกล่าวต้อนรับโดย กฤษณ์ ภีมะโยธิน ผู้จัดการแบรนด์บลองแปงประจำประเทศไทย เพื่อให้แขกผู้มีเกียรติได้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงและศิลปะแห่งการปรุงอาหารชั้นสูง ตลอดจนความสัมพันธ์ที่บลองแปงมีต่อศิลปะแห่งการใช้ชีวิต พร้อมกล่าวถึงคุณค่าที่คล้ายคลึงกันของศิลปะสองแขนงนี้ โดยทั้งสองสิ่งถูกขับเคลื่อนด้วยความเป็นเลิศด้านฝีมือ การใส่ใจในคุณภาพ และการเคารพความพิเศษของแต่ละสถานที่ รวมไปถึงประเพณีที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าศิลปะสองแขนงนี้มีความเหมือนกันตรงที่เป้าหมายคือการรังสรรค์ความเป็นเลิศ ด้วยความเชี่ยวชาญ ความประณีตบรรจง และความมุ่งมั่นตั้งใจ






มร.จาลิล เอล คุค-โบเดียร์ (Mr. Jalil El Kouch-Bordier) ผู้จัดการฝ่ายขายระดับภูมิภาคของบลองแปง ได้เข้าร่วมมื้ออาหารสุดพิเศษในครั้งนี้ และกล่าวว่า “บลองแปงและซูห์ริงมีวิสัยทัศน์และมีหลักการที่คล้ายคลึงกัน โดยบลองแปงยึดหลัก
ว่า ‘นวัตกรรมคือประเพณีของเรา’ (Innovation is our Tradition) โดยมุ่งมั่นรังสรรค์นาฬิกาชั้นยอดที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมแต่
ยังคงไว้ซึ่งศิลปะแห่งการผลิตนาฬิกาสวิสแบบดั้งเดิม ส่วนซูห์ริงนั้น รังสรรค์อาหารเยอรมันแบบดั้งเดิมผสมผสานเข้ากับความทันสมัยในแบบยุโรปตอนกลาง”

เพื่อเฉลิมฉลองมิตรภาพครั้งใหม่ระหว่างบลองแปงและซูห์ริงในครั้งนี้ บลองแปงได้มอบนาฬิกาแขวนสุดเอ็กซ์คลูซีฟจำนวน 2 เรือนเพื่อประดับภายในร้านซูห์ริง ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ตอกย้ำถึงความสำคัญของเวลาในการทำอาหาร ทางด้าน มร.โทมัส ซูห์ริง (Thomas Sühring) และมร.มาธีอัส ซูห์ริง (Mathias Sühring) เชฟคู่แฝดชาวเยอรมันเจ้าของร้านซูห์ริงได้ขอบคุณทางแบรนด์ และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับนาฬิกาแขวนสุดพิเศษ อีกทั้งยังได้เป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรด้านศิลปะแห่งการใช้ชีวิตของบลองแปงอีกด้วย


ปิดท้ายมื้ออาหารสุดประทับใจด้วยการลิ้มรสอาหารจากฝีมือของเชฟจากซูห์ริง พร้อมกับการเผยโฉมบลองแปง     คอลเลกชั่นใหม่ปี 2019  อาทิ รุ่นวิลเลอเรต์ เอ็กซ์ตร้า-เพลท (Villeret Extra-plate) สุดคลาสสิกพร้อมความสง่างามอย่างมี        ชั้นเชิง มาพร้อมรูปลักษณ์ร่วมสมัยแต่ยังคงความเรียบหรูไว้อย่างเต็มเปี่ยม, ฟิฟตี้ ฟาธอมส์ บาราคูด้า (Fifty Fathoms Barakuda) เรือนเวลาสไตล์วินเทจที่ผสานนวัตกรรมล้ำสมัยซึ่งได้แรงบันดาลใจจากยุค 1960s และแอร์ คอมมานด์ (Air Command) ตำนานแห่งเรือนเวลาสุดหายากอันทรงคุณค่าที่ผลิตขึ้นเพื่อสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างบลองแปงกับอากาศยานทางทหารในยุคการ 1950s เป็นต้น

 
 

 

บลองแปงกับศิลปะแห่งการใช้ชีวิต

ด้วยระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่กระแสความหลงใหลในศิลปะแห่งการปรุงอาหารชั้นสูงจะเริ่มเป็นที่นิยม บลองแปงได้สร้างสายสัมพันธ์อันดีกับเชฟผู้มีความสามารถในการรังสรรค์อาหารชั้นเลิศ  เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นเมื่อปี 1986 เมื่อบลองแปงได้มอบนาฬิกาข้อมือสุดพิเศษที่สลักข้อความให้กับเชฟชื่อดังอย่าง มร.เฟร็ดดี้ เกอราเดท์ (Frédy Girardet) เพื่อแสดงความยินดีที่เขาได้รับรางวัล “เชฟที่เก่งที่สุดในโลก” (Best Chef in the World) และ 3 ปีหลังจากนั้น บลองแปงได้มีโอกาสแสดงความยินดีเช่นนี้อีกครั้ง เมื่อมร.เฟร็ดดี้ เกอราเดท์, มร.พอล โบกูส (Paul Bocuse) และมร.โจเอล โรบูชง (Joël Robuchon) ได้รับเลือกให้เป็น “เชฟแห่งศตวรรษ” (Chefs of the Century) โดยโก มีโอห์ (Gault Millau) ไกด์บุ๊คชื่อดังที่ได้รับการยอมรับในแวดวงอาหาร ทางบลองแปงจึงได้มอบนาฬิกาสลักพิเศษให้แก่เชฟทั้งสามท่านในโอกาสสำคัญครั้งนี้  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บลองแปงได้ยึดมั่นในการเฉลิมฉลองศิลปะแห่งการใช้ชีวิตกับเชฟชื่อดังมากมายทั่วโลก รวมไปถึงเป็นพันธมิตรกับกลุ่มโรงแรมที่มีชื่อเสียงต่างๆ อาทิ รีเลส์ แอนด์ ชาโต

บลองแปงและรีเลส์ แอนด์ ชาโต เป็นพันธมิตรกันมาตั้งแต่ปี 2014 ได้ร่วมงานกันผ่านโรงแรมระดับหรูชื่อดังทั่วโลก ทั้งบลองแปงและรีเลส์ แอนด์ ชาโต มีปณิธานอันแน่วแน่ที่เหมือนกัน นั่นคือการรักษาประเพณีและฝีมือในการรังสรรค์ศิลปะ การมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ และศิลปะแห่งการใช้ชีวิต รวมไปถึงการรักษาระบบนิเวศน์และดูแลความหลากหลายทางชีวภาพใต้ท้องทะเลอีกด้วย 

Powered by MakeWebEasy.com