Mido : Baroncelli Chronometer Silicon เรือนเวลาที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันทันสมัย แต่คงสไตล์ความคลาสสิกเหนือกาลเวลา

Last updated: May 29, 2019  |  881 จำนวนผู้เข้าชม  |  MEANTIME

Mido : Baroncelli Chronometer Silicon เรือนเวลาที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันทันสมัย แต่คงสไตล์ความคลาสสิกเหนือกาลเวลา

‘มิโด’ (Mido) แบรนด์นาฬิกาในเครือ สวอทช์ กรุ๊ป (Swatch Group) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (Georges Schaeren) เริ่มก่อตั้งบริษัท Mido G.Schaeren & Co. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1934 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน รวมถึงความเที่ยงตรงสูงซึ่งได้รับการรับรองจาก Contrôle Official Suisse des Chronomètres (Official Swiss Chronometer Testing Institute) หรือ COSC.






โดยคอลเลกชั่น ‘บารอนเชลลี่ โครโนมีเทอร์ ซิลิคอน’ (Baroncelli Chronometer Silicon) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอิทธิพลยุคบาโรก (Baroque) ในสไตล์นีโอคลาสสิก (Neoclassic) ด้วยสถาปัตยกรรมอย่าง Galleria Vittorio Emanuele II แห่งเมืองมิลานประเทศอิตาลีที่แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นในด้านการออกแบบ ซึ่งถือเป็นต้นแบบในการออกแบบสถาปัตยกรรมหลายแห่งในประเทศอิตาลี โดยแนวทางของการออกแบบมีจุดเริ่มต้นมาจากความประณีตและการเลือกใช้รูปทรงเลขาคณิตที่เป็นทรงกลม ทางแบรนด์จึงหยิบยกสถาปัตยกรรมอันหรูหราและเลือกใช้เส้นสายที่มีความโค้งมน มีความกลมกลืนต่อเนื่องกันมาช่วยทำให้เกิดความภูมิฐาน คลาสสิกเหนือกาลเวลา ด้วยการผสมผสานกันระหว่างแนวความคิดของการสร้างสรรค์นาฬิกาที่เน้นความคลาสสิก ผนวกกับการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ ก่อเกิดเป็นเรือนเวลา ‘บารอนเชลลี่ โครโนมีเทอร์ ซิลิคอน’ ที่มีตัวเรือนทรงกลมผลิตจากสแตนเลสสตีลขัดเงา พร้อมการออกแบบให้มีความเพรียวบางเข้ากับสายหนังวัวแท้ปั๊มลายจระเข้สีน้ำตาล โดยตัวเรือนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร สีสแตนเลสสตีลตัดกับหน้าปัดสีแอนทราไซต์ (Anthracite) ที่มีแพทเทิร์นของลวดลายขัดแต่งแบบหยาบ (Slate-Inspired) ได้อย่างสวยงาม พร้อมกับการเลือกใช้โทนสีโทนอบอุ่นด้วยการเคลือบ PVD สีโรสโกลด์บนหลักชั่วโมงและเข็มชั่วโมง-นาที ช่วยเพิ่มความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีจะถูกขัดแต่งในแบบสองด้าน (Double-Side) ซึ่งด้านหนึ่งจะเป็นแบบขัดด้านและอีกด้านจะเป็นแบบไดมอนด์คัท (Diamond-Cut) เน้นความเงางาม ในตำแหน่ง 3 นาฬิกาบนหน้าปัดจะมีช่องแสดงวันที่ (Date) พร้อมครอบปิดทับด้วยกระจกผลิตจากแซฟไฟร์ (Sapphire) เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้ง 2 ด้าน นอกจากนี้ยังสามารถสัมผัสถึงความสง่างามของตัวนาฬิกาผ่านฝาหลังแบบใสที่มองเห็นกลไกระดับตัวท็อปของแบรนด์อย่าง Caliber 80 ที่ได้รับการติดตั้งใยลานนาฬิกา (Balance Spring) ซึ่งผลิตมาจากซิลิคอน (Silicon) ถือเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญของกลไกที่ติดตั้งอยู่ในนาฬิการะดับหรู ด้วยคุณสมบัติที่ทนทานต่อสนามแม่เหล็กและจากการกระแทกแล้ว ใยลานที่ผลิตจากซิลิคอนยังช่วยในเรื่องการรักษามาตรฐานด้านความเที่ยงตรงเมื่อใช้งานในระยะยาวดีกว่าใยลานทั่วไปอีกด้วย นอกจากนี้กลไก Caliber 80 รุ่นนี้ยังสามารถขึ้นลานและสะสมพลังงานได้ในระดับสูงสุดถึง 80 ชั่วโมง พร้อมกับคุณสมบัติการกันน้ำที่ระดับ 30 เมตร

นอกจากนี้ทางแบรนด์ ‘มิโด’ (Mido) ยังได้แนะนำวิธีการเลือกนาฬิกาสำหรับนักสะสมมือใหม่ โดยเริ่มจาก การเลือกแบรนด์ ที่มีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ เพราะเสมือนเป็นการการันตีว่าทางแบรนด์ได้สั่งสมประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกาที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพและมาตรฐานมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีการรับรองจากสถาบันการรับรองความถูกต้องแม่นยำของนาฬิกาข้อมือ จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์หรือแบบฉบับ SWISS MADE ที่ขึ้นชื่อเรื่องความประณีตในการประกอบชิ้นส่วน พร้อมเทคนิคในการประดับตกแต่งนาฬิกาจากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ

           




ต่อมาที่ คุณภาพและความทนทาน มาตรฐานในการผลิตและคุณภาพของวัสดุที่ใช้ในการผลิตถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง เพราะการผลิตที่มีคุณภาพและการเลือกใช้วัสดุที่มีมาตรฐาน ย่อมส่งผลทำให้อายุการใช้งานของนาฬิกาใช้ได้ยาวนานขึ้น อย่างนาฬิกาที่มีใยลานนาฬิกาผลิตจากซิลิคอน (Silicon) จะโดดเด่นในเรื่องความทนทานต่อสนามแม่เหล็กและการตกกระแทกได้เป็นอย่างดี เหมาะแก่การใช้งานระยะยาวและเก็บสะสม

ถัดมาที่ การเลือกดีไซน์ นักสะสมมือใหม่ควรจะเลือกเป็นนาฬิกาที่มีดีไซน์คลาสสิกและไทม์เลส เพราะไม่ว่าจะเก็บสะสมไว้นานเพียงใด ด้วยตัวดีไซน์นี้สามารถนำมาสวมใส่ได้ทุกยุคสมัย ซึ่งต่างจากนาฬิกาแฟชั่น ที่ไม่แนะนำให้เก็บสะสม เพราะสินค้าตามแฟชั่นเป็นสิ่งที่ไม่คงอยู่ถาวร และจะปรับเปลี่ยนไปตามช่วงกระแส

ปิดท้ายที่ การรับประกัน ถือเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับนักสะสม เพราะการรับประกันจากแบรนด์จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี โดยนาฬิกา ‘มิโด’ (Mido) ทุกเรือนที่เป็นเครื่อง COSC จะได้รับการขยายเวลาการรับประกันเพิ่มอีก 1 ปี รวมระยะเวลารับประกันทั้งสิ้น 3 ปี

ร่วมเลือกเรือนเวลาหรูดีไซน์ล่าสุดในคอลเลกชั่น ‘บารอนเชลลี่ โครโนมีเทอร์ ซิลิคอน’ (Baroncelli Chronometer Silicon) จากแบรนด์ ‘มิโด’ (Mido) นาฬิกาดีไซน์หรูคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ที่ เคาน์เตอร์ ‘มิโด’ (Mido) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

Powered by MakeWebEasy.com