Big Crown Pointer Date 80th Anniversary Edition

Last updated: Dec 12, 2018  |  59 จำนวนผู้เข้าชม  |  NEWS

Big Crown Pointer Date  80th Anniversary Edition

เฉลิมฉลองโอริส ไอคอนอัตลักษณ์ที่โดดเด่น

Oris Big Crown Pointer Date เป็นนาฬิกาที่เปี่ยมด้วยสไตล์ที่มีความโดดเด่น เพียบพร้อมด้วยประสิทธิภาพการใช้งานเสมอมา ในโอกาสฉลองครบรอบ 80 ปีในครั้งนี้ โอริสภูมิใจที่จะประกาศให้ทราบถึงประดิษฐกรรมเรือนเวลาที่มีความพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นด้วยวัสดุบรอนซ์

ในปี 1938 โอริส ได้เปิดตัวนาฬิกาสำหรับนักบินเป็นรายแรก ที่มีมะยมขนาดใหญ่เพื่อให้ผู้ปฏิบัติการบินสามารถปรับตั้งเวลาได้ง่ายในขณะที่สวมถุงมือ และมีกลไกแบบซับซ้อนที่ไม่ธรรมดา – แสดงวันที่ด้วยเข็มชี้จากจุดศูนย์กลาง

วัตถุประสงค์ที่อยู่เบื้องหลังนั้นก็เพื่อความสวยงาม มีคุณภาพสูง และมีราคาที่สมเหตุผล มีความน่าเชื่อถือ และใช้งานง่ายแม้ในสภาวการณ์ที่ยากลำบาก ในขณะนั้นบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาจักรกลสวิสอิสระได้เป็นที่รู้จักเพียงเล็กน้อย ในอีกแปดสิบปีต่อมา นาฬิการุ่น Big Crown Pointer Date จะไม่เพียงแค่สืบสานในการเติมเต็มปณิธานแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่มีรูปแบบที่เป็นที่จดจำได้มากที่สุดจากนาฬิกาทั้งหมด เป็นนาฬิกาที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น เป็นไอคอนมาหลายยุคสมัย

‘ดีไซน์ มาและก็ไป ทว่า Big Crown Pointer Date ยังยืนหยัด และยังคงรักษาความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น’ กล่าวโดย ประธานบริหารกิตติมศักดิ์ของโอริส Dr Rolf Portmann ผู้ที่ได้แบ่งปันประสบการณ์ของเขาเกี่ยวกับเรืองราวของ Big Crown ‘มันกลายเป็นเอกลักษณ์ และเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความแข็งแกร่งของการสืบทอดมรดกของบริษัท และความเข้มแข็งของแบรนด์โอริส’




เพื่อเป็นการจารึกถึงการครบรอบ 80 ปีของนาฬิกาที่มีความโดดเด่นรุ่นนี้ โอริสได้รังสรรค์ Big Crown Pointer Date 80th Anniversary Edition นาฬิกาเรือนพิเศษที่มีตัวเรือนขนาด 40มม. วงแหวนรอบขอบตัวเรือนเซาะร่องแบบเหรียญกษาปณ์ มะยมขนาดใหญ่ทำด้วยวัสดุบรอนซ์ และหน้าปัดสีเขียวที่ตัดกันอย่างโดดเด่น

โอริส ได้เลือกวัสดุบรอนซ์ในการทำตัวเรือน เนื่องจากเป็นวัสดุที่อยู่ในกระแสความนิยม แต่ก็ยังเป็นเพราะว่า มันเป็นวัสดุที่มีคุณประโยชน์ในการบอกเล่าเรื่องราววิถีแห่งอุตสาหกรรมนาฬิกาของโอริส วัสดุบรอนซ์จะเกิดคราบอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ดังนั้นนาฬิกาแต่ละเรือนจะมีคุณลักษณะที่พิเศษเฉพาะตัวจากการใช้งานเมื่อเวลาผ่านไป สีเขียวเข้มของหน้าปัดให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติ ส่งเสริมตัวเรือนบรอนซ์ให้เกิดความสมบูรณ์ การประสมประสานกันของวัสดุและสีนั้นเป็นสัญลักษณ์ของการสืบสานมรดกในการออกแบนาฬิกาในประวัติศาสตร์ด้านประดิษฐกรรมนาฬิกาจักรกลของโอริส และยังหมายรวมถึงสถานที่ตั้งของบริษัทที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของวัลเดนเบอร์กวัลเลย์ (Waldenburg Valley) ในสวิตเซอร์แลนด์ด้วย




ดีไซน์สำหรับทุกยุคสมัย
นาฬิกา Oris Big Crown Pointer Date รุ่นดั้งเดิมนั้นเป็นนาฬิกาที่มีรูปแบบเป็นที่จดจำ
80 ปีนับตั้งแต่วันเปิดตัว มันได้แสดงถึงบทบาทที่สำคัญในเรื่องราวที่น่าทึ่งของโอริส

ไม่มีนาฬิกาเรือนใดที่บอกเล่าเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ที่เล่าขานของบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาจักรกลสวิสอิสระ โอริส ได้เหมือนกับเรือนเวลาที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นเป็นไอคอนได้เฉกเช่น Big Crown Pointer Date มันเป็นสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ในแนวปณิธานของโอริส และมีบางคนเคยกล่าวไว้ว่า ถ้าไม่มีนาฬิการุ่นนี้ โอริสอาจไม่มีความยินดีกับสถานะในปัจจุบันนี้ ในฐานะของผู้นำด้านนาฬิกาจักรกลสวิส

นับตั้งแต่โอริสได้ก่อตั้งมาในปี 1904 แนวปณิธานของโอริสยังคงมุ่งมั่นรังสรรค์นาฬิกาที่มีคุณค่าเป็นที่ยอมรับ ตอบสนองความต้องการที่แท้จริง และผ่านกระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรมที่มีมาตรฐานสูงสุด จำหน่ายในราคาที่สมเหตุผล นาฬิการุ่น Big Crown Pointer Date เปิดตัวครั้งแรกในปี 1938 ซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างไม่มีขีดจำกัด

นับตั้งแต่ปีนั้นเรื่อยมา มันยังคงมีการผลิตอย่างต่อเนื่อง รอดพ้นจากภาวะสงคราม ผจญกับยุคแห่งนาฬิกาควอทซ์ และนาฬิกาแฟชั่นที่มากมายนับไม่ถ้วน เพื่อที่จะกลายมาเป็นนาฬิกาที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโอริส

ย้อนไปในทศวรรษ 1930 โอริสเป็นบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีฐานการผลิตเจ็ดแห่งทั้งในและรอบๆ เมือง Hölstein ที่สวยงามของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ยังคงเป็นที่ตั้งของบริษัทมาจนทุกวันนี้ นาฬิการุ่น Big Crown Pointer Date เป็นนาฬิกาที่เป็นหลักสำคัญของบริษัท ที่นำเสนอกลไกเข็มชี้บอกวันที่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานของนักบินได้อย่างแท้จริง





การผลิตนาฬิการุ่น Big Crown Pointer Date ยังคงอยู่เรื่อยมาจนเข้าสู่ทศวรรษ 1960 เมื่อโอริสเติบโตจนกลายเป็นหนึ่งใน 10 แบรนด์นาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพนักงานถึง 800 คน และทำการผลิตนาฬิกาข้อมือ และนาฬิกาแขวนผนังถึง 1.2 ล้านเรือนต่อปี

“นาฬิกา Oris Big Crown Pointer Date ได้จุดประกายแห่งความสนใจขึ้นในบริษัท

และในศาสตร์แห่งประดิษฐกรรมนาฬิการะบบจักรกลขึ้นอีกครั้ง”

ช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 เป็นยุคล่มสลายของอุตสาหกรรมนาฬิกา ซึ่งมีคนตกงานกว่า 60,000 คน และต้องปิดบริษัทไปถึง 1,000 แห่ง อันมีผลกระทบจากนาฬิการะบบควอทซ์ที่มีราคาถูกซึ่งได้เข้ามาแทนที่การผลิตนาฬิกาตามแบบดั้งเดิม

โอริส ก็ประสบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากด้วยเช่นกัน แต่ในช่วงกลางทศวรรษ 1980 มันก็เป็นช่วงแห่งการฟื้นคืนอีกครั้ง นาฬิการุ่น Big Crown Pointer Date ถือเป็นคอลเล็คชั่นหลักตลอดช่วงระยะเวลาที่เป็นรู้จักกันว่าเป็นวิกฤตินาฬิกาควอทซ์ และเมื่อ โอริส ได้ค้นหานาฬิกาในบริษัทที่จะจุดประกายแห่งความสนใจขึ้นมาอีกครั้ง มันมีเพียงตัวเลือกเดียวเท่านั้น คือ Big Crown Pointer Date คุณค่าที่เป็นอมตะในเรื่องดีไซน์ และกลไกการใช้งาน ทำให้เป็นสิ่งที่ใช้ขับเคลื่อนได้อย่างสมบูรณ์ และนั่นเป็นความสำเร็จเรื่อยมาจนกลายเป็นรุ่นหลักที่สำคัญของโอริสคอลเล็คชั่น

‘ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 นาฬิการุ่น Big Crown Pointer Date ได้ถูกจัดให้เป็นนาฬิกาที่เป็นหลักสำคัญ ในฐานะของสัญลักษณ์แห่งมรดก และความยั่งยืนของโอริส’ กล่าวโดย เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของโอริส Rolf Studer ‘มันเป็นคอลเล็คชั่นหลักที่สำคัญในการช่วยให้ โอริส ได้สร้างความแข็งแกร่งขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากสภาวการณ์ที่ยากลำบากของวิกฤตินาฬิกาควอทซ์ มันเป็นจุดสำคัญในเรื่องราวของโอริส’




การเผชิญหน้ากับกาลเวลา

ดร รอล์ฟ พอร์ตแมนน์ (Dr Rolf Portmann) ประธานบริหารกิตติมศักดิ์ของโอริส ได้ร่วมงานกับบริษัทเมื่อปี 1956 ที่นี่เขาได้ผ่านเหตุการณ์กว่าหกทศวรรษในประวัติศาสตร์ของโอริส

อะไรคือความประทับใจครั้งแรกที่มีต่อโอริส?

ความประทับใจแรกของผมนั้นคือ โอริสเป็นธุรกิจที่ใหญ่มาก มีพนักงานในตอนนั้นราวๆ 800 คน และยังทำการผลิตแทบทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นชิ้นส่วนของนาฬิกาจักรกล บริษัทนั้นก่อตั้งอยู่ที่เมืองโฮลสไตน์ (Hölstein) แต่ทั้งหมดแล้วเรามีสำนักงานรวมเจ็ดแห่งในเมืองต่างๆ ในพื้นที่นี้ และเรายังมุ่งเน้นไปที่การผลิตเป็นหลักใหญ่ เราทำแม้แต่เครื่องจักร ตลอดจนเครื่องมือต่างๆ ของเราเองมันเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม

บริษัทได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?

สิ่งที่วิเศษเกี่ยวกับโอริส นั่นก็คือการที่ยังคงมีความอิสระเป็นเอกเทศ และยังคงอยู่ที่เมืองโฮลสไตน์ สถานที่ที่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 1904 ในช่วงทศวรรษ 1960 โอริสนั้นเป็นบริษัทที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน และก็ยังคงเป็นเช่นนั้นในทุกวันนี้ รากเหง้าของบริษัทนั้นยังคงดำรงอยู่ด้วยหลักการและปณิธานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท –การผลิตนาฬิการะบบจักรกล ที่หลอมรวมกระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรมเข้ากับงานประณีตศิลป์ คุณภาพการผลิตแบบสวิส และราคาที่สมเหตุผล แต่ว่าในปัจจุบันนี้จุดมุ่งหมายนั้นอยู่ที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างตลาด และความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทสวิสผู้ผลิต และบริษัทรายย่อยต่างๆ

ช่วงเวลาใดในประวัติศาสตร์ของโอริส ที่มีความโดดเด่นสำหรับคุณ?

งานที่เราได้ทำเพื่อยกเลิกระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับนาฬิกาสวิสในช่วงทศวรรษ 1960 นั้นเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ แทบจะไม่มีการพูดถึงในปัจจุบัน ทว่าในเวลานั้นมันหมายความถึง โอริส – และบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาสวิสอีกหลายแบรนด์ – ได้ถูกปลดปล่อยจากกฎระเบียบที่คร่ำครึ และได้เป็นอิสระในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ให้นาฬิกามีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ถ้าไม่มีช่วงเวลานั้นประวัติศาสตร์นาฬิกาสวิสนั้นก็จะแตกต่างออกไป ส่วนเรื่องอื่นๆก็จะเป็นการเข้าซื้อกิจการร่วมกันของ อุลริค ดับเบิลยู. เฮอร์ซอก (Ulrich W. Herzog) กับผมในช่วงปลายปี 1982 ในขณะนั้นเจ้าของของโอริส ASUAG นั้นดูเหมือนว่าจะมีความสุขที่จะปล่อยให้โอริสนั้นตายไป แต่ด้วยความร่วมมือกัน เราได้สร้างสรรค์บริษัทขึ้นมาใหม่ซึ่งหมายถึงการที่เราสามารถสร้าง และสืบสานเรื่องราวที่น่าทึ่งของโอริสขึ้นมาได้อีกครั้ง

มันเป็นเวลา 80 ปีตั้งแต่เปิดตัวนาฬิการุ่น Big Crown Pointer Date – นั่นทำให้คุณประหลาดใจหรือไม่ ที่นาฬิการุ่นนี้ยังคงดำเนินไปได้อย่างแข็งแรงในปี 2018? ด้วยความสัตย์จริงใช่ไหม? ใช่ครับ มันน่าประหลาดใจมาก – คุณจะสามารถหยั่งรู้ได้เช่นไรว่า ดีไซน์แบบนี้จะอยู่มาได้ถึง 80 ปี? รูปแบบของดีไซน์มาแล้วก็ไป แต่ Big Crown Pointer Date ยังคงยั่งยืน และมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ผมคิดว่านั่นเป็นเพราะว่าคุณสมบัติพื้นฐานของการออกแบบที่ใช้งานได้คล่องตัวและเปี่ยมประสิทธิภาพ แต่ยังมีความสง่างามอีกด้วย มันได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของโอริส และเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเข้มแข็งด้านการสืบสานมรดกของบริษัท และความแข็งแกร่งของแบรนด์

อาชีพของคุณได้ครอบคลุมช่วงเวลาที่พิเศษเกินกว่าธรรมดาทั่วไปในประวัติศาสตร์ของประดิษฐกรรมเครื่องบอกเวลา – อะไรที่คุณคิดว่าเป็นความลับที่ทำให้เกิดความยั่งยืนของอุตสาหกรรมนี้?

แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ผู้คนยังไม่สูญเสียความต้องการ หรือ ความน่าทึ่งของเวลา หรือวัตถุที่เป็นกลจักรที่ใช้ในการบอกเวลา นาฬิการะบบจักรกลมีความเชื่อมโยงกับอดีต และผมคิดว่าผู้คนยังคงมีความประทับใจและชื่นชมมัน ไม่ใช่ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะดีทั้งหมด

คุณคิดว่าอะไรเป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดที่เผชิญกับประดิษฐกรรมเครื่องบอกเวลาทุกวันนี้?

อุตสาหกรรมนาฬิกาต้องยังคงมีการปรับตัวเพื่อที่เรื่องราวของมันยังคงมีความเชื่อมโยง ระบบดิจิตอล คอมพิวเตอร์ และการเฃื่อมโยงสัญญาณนั้นทรงพลังมาก และมีคุณประโยชน์มากมาย – แต่มันไม่สามารถทดแทนงานประณีตศิลป์ที่ทำด้วยมือ หรือ ความสัมพันธ์พิเศษที่เรามีต่อนาฬิการะบบจักรกล นาฬิกาจักรกลช่วยให้เรามีความเชื่อมั่นในความเป็นอิสระของเรา อุตสาหกรรมนาฬิกาจะต้องไม่ละสายตาไปในเรื่องนี้





ผู้นำของกลุ่ม

นาฬิกา Oris Big Crown Pointer Date เป็นสัญลักษณ์ที่ยั่งยืนของทุกสิ่งที่เป็นโอริส กล่าวโดยเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของโอริส Rolf Studer

นาฬิกา Oris Big Crown Pointer Date มีความสำคัญอย่างไร? มันเป็นนาฬิกาที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง – มันเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่เป็นเอกลักษณ์รุ่นหนึ่งของโอริส และกลไกเข็มชี้บอกวันที่ ก็เป็นกลไกแบบซับซ้อนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเรา และเมื่อคิดถึงทุกสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลา 80 ปีนับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรก มันคือความสำเร็จที่วิเศษสุดอย่างแท้จริง

ปณิธานในประดิษฐกรรมนาฬิกาของโอริสกล่าวไว้ว่าอะไร?

โอริสจะผลิตนาฬิกาจักรกลเสมอ นั่นคือความเหนือชั้นยิ่งกว่านาฬิกาอื่นๆ ในเซ็กเม็นต์เดียวกัน มันเป็นการยากในการสื่อสาร เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วเราจะอนุมานว่า สิ่งใดที่มีราคาแพงกว่าก็จะดีกว่า โอริสได้ค้านต่อวัฒนธรรมความคิดเช่นนั้นอยู่เสมอนาฬิกา Big Crown Pointer Date เป็นนาฬิกาจักรกลสวิสที่มีคุณภาพ มีความสง่างาม กลไกแบบซับซ้อนที่มีประโยชน์ในการใช้งานสำหรับผู้ที่ซื้อที่มีวิจารณญาณ ด้วยวิถีเช่นนั้นมันคือสาระสำคัญในเรื่องราวของโอริส

อะไรที่ทำให้เกิดความโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์?

เหมือนกับนาฬิกาโอริสอีกหลายรุ่น มันคือประดิษฐกรรมกลไกการใช้งานที่คิดค้นขึ้นใหม่ กลไกเพื่อใช้งานนั้นเป็นเพียงหนึ่งในรูปแบบการดีไซน์ที่ทำให้เกิดรูปลักษณ์ที่มีความพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีวงแหวนขอบตัวเรือนที่มีการเซาะร่องแบบเหรียญกษาปณ์ ตัวเลขที่งดงาม – โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หมายเลข 4 – รวมถึงมะยมขนาดใหญ่ มันมีความโดดเด่นเนื่องจากอะไรที่นำออกไปก็เหมือนกับที่เพิ่มเติมเข้าไป – มันแสดงวันที่โดยไม่มีหน้าต่างแสดงวันที่ มีผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาหลายคนที่ไม่ชอบหน้าต่างแสดงวันที่ เพราะว่ามันทำให้เสียสมดุลในเรื่องของการออกแบบนาฬิกา ทุกๆสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ประสบกับความสำเร็จ

อะไรที่คุณหมายถึงเกี่ยวกับ นวัตกรรมกลไกเพื่อการใช้งาน? นาฬิกาทุกเรือนที่เราออกแบบจะเปี่ยมประสิทธิภาพการใช้งาน และทุกอย่างที่เราเพิ่มเข้าไปในนาฬิกาแต่ละเรือนจะต้องตอบสนองกับความต้องการ ถ้าบางสิ่งนั้นเกินความจำเป็น เราก็จะนำออกไป เรามีความพยายามที่จะทำให้นาฬิกาของเราดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ สร้างสรรค์วงจรที่ต่อเนื่องอย่างไม่สิ้นสุดในเรื่องของนวัตกรรมกลไกการใช้งาน ซึ่งนำมาใช้กับทุกรายละเอียด ตัวอย่างเช่น ปลายของเข็มชี้บอกวันที่นั้นเป็นหัวลูกศร ต่อมาก็เป็นแบบพระจันทร์ครึ่งดวง และในปัจจุบันก็รวมทั้งสองสิ่งด้วยกัน รูปแบบของกรอบวันที่ในปัจจุบันนั้นทำให้อ่านได้ง่ายเท่าที่จะเป็นไปได้เพียงแค่เหลือบมองเท่านั้น วิวัฒนาการด้านการออกแบบเป็นสัญญาณของความเชื่อมั่นในความเป็นเอกเทศของบริษัทที่สามารถที่จะฟังเสียงจากลูกค้า และดำเนินตามวิถีของตนเอง

เพราะเหตุใดจึงใช้วัสดุบรอนซ์สำหรับรุ่นเฉลิมฉลอง?

บรอนซ์ เป็นวัสดุที่มีความสวยงามด้วยคุณสมบัติตามธรรมชาติที่มีเสน่ห์ เราได้ใช้วัสดุนี้กับนาฬิกาบางรุ่นของเราในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และได้พิสูจน์ถึงความนิยมอย่างมากมายในกลุ่มลูกค้าของเรา แต่ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นวัสดุที่เป็นประโยชน์เหมาะกับวิธีการของเราในการประดิษฐ์นาฬิกา อีกทั้งยังเสมือนกับเป็นการเคารพต่อมรดกแห่งอุตสาหกรรมนาฬิกาของเรา

คุณจะอธิบายอย่างไรเกี่ยวกับความยั่งยืนของนาฬิการุ่น Big Crown Pointer Date?

สำหรับการที่นาฬิกาจะคงรักษาความเชื่อมโยงเป็นเวลาถึง 80 ปีนั้น มันจะต้องได้รับการยอมรับในบางสิ่ง แต่ก็ต้องสอดคล้องไปกับการเวลาด้วย โอริสมีการปรับรูปแบบบ่อยครั้งเพื่อให้เหมาะสมกับรสนิยมของลูกค้า แต่ก็ไม่เคยละทิ้งแกนหลักที่สำคัญ ผมยังคิดด้วยว่า ที่มันยังคงความนิยมนั่นเป็นเพราะผู้คนคิดว่านาฬิกาในทุกวันนี้มีราคาที่แพง นาฬิการุ่นเฉลิมฉลองเป็นนาฬิกาที่มีความทันสมัย แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของกาลเวลาที่เหมาะสมยิ่งขึ้นกว่าเดิม

อะไรที่จะทำต่อไปสำหรับ Big Crown Pointer Date?

นาฬิการุ่น Big Crown จะยังคงบอกเล่าเรื่องราวของโอริส มันยังคงเป็นนาฬิกาที่เป็นซิกเนเจอร์ ความสนใจในรุ่น Big Crown แสดงถึงความน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับโอริส และมันยังแสดงถึงความน่าสนใจในอุตสาหกรรมนาฬิกาจักรกลด้วย ทั้งสองประการได้ชี้ให้เห็นถึงอนาคตที่ยิ่งใหญ่สำหรับโอริส และสำหรับนาฬิกาแบบดั้งเดิมที่มีคุณภาพสูง





Oris Big Crown Pointer Date

80th Anniversary Edition

ในโอกาสเฉลิมฉลองครบ 80 ปี ของ Oris Big Crown Pointer Date โอริสมีความภาคภูมิใจที่จะนำเสนอประดิษฐกรรมแห่งเวลารุ่นพิเศษตัวเรือนบรอนซ์กับหน้าปัดสีเขียว

รายละเอียดนาฬิกา

Oris Big Crown Pointer Date 80th Anniversary Edition ประดิษฐกรรมแห่งเวลารุ่นพิเศษ ในโอกาสเฉลิมฉลองครบ 80 ปีของนาฬิกาที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น รุ่น โอริส บิ๊ก คราวน์ พอยเตอร์ เดท (Oris Big Crown Pointer Date) ที่เป็นการผสมผสานของวัสดุและสีสัน อันเป็นสัญลักษณ์ของการสืบสานมรดกในการออกแบบนาฬิกา ประวัติศาสตร์ด้านประดิษฐกรรมนาฬิกาจักรกลของโอริส รวมถึงทำเลที่ตั้งของบริษัทที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของวัลเดนเบอร์กวัลเลย์ โดดเด่นด้วยตัวเรือนบรอนซ์ ขนาด 40 มิลลิเมตร หน้าปัดสีเขียว วงแหวนรอบขอบตัวเรือนเซาะร่องแบบเหรียญกษาปณ์ เข็มนาฬิกา 4 เข็มสำหรับบอกชั่วโมง นาที วินาที และวันที่ ขีดและเลขบอกเวลาแบบพิมพ์นูนเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova C1/C3 กระจกแซฟไฟร์ทรงโค้งเคลือบสารกันสะท้อนด้านใน ฝาหลังสเตนเลส สตีลแบบขันสกรู พร้อมกระจกฝาหลังมิเนอรัลเปลือยให้เห็นกลไกภายใน มะยมนิรภัยขนาดใหญ่ทำด้วยบรอนซ์แบบขันเกลียว ทำงานด้วยระบบกลไกออโตเมติค ไวน์ดิ้ง พอยเตอร์เดท ที่พัฒนาโดยโอริส สำรองพลังงาน 38 ชั่วโมง ประกอบเข้ากับสายหนังสีน้ำตาลเข้มทำจากวัสดุที่ผลิตขึ้นด้วยทรัพยากรแบบยั่งยืน เฟืองล็อคสายทำด้วยบรอนซ์

Powered by MakeWebEasy.com