BVLGARI WATCHMAKING RINASCIMENTO

Last updated: Nov 7, 2018  |  18 จำนวนผู้เข้าชม  |  EVENTS

BVLGARI WATCHMAKING RINASCIMENTO

Bulgari ไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องประดับและนาฬิกาเท่านั้น ผมเชื่อว่าทุกคนก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว แบรนด์สัญชาติอิตาเลียนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 135 ปียังผลิตสินค้าอีกมากมาย ทั้งเครื่องใช้ น้ำหอม เสื้อผ้า แฟชั่น และที่พักหรูหราอย่าง Bulgari Hotel & Resort ที่มี 5 แห่งในเมืองใหญ่คือที่มิลาน ลอนดอน บาหลี ปักกิ่ง ดูไบ และเพิ่งเปิดล่าสุดเมื่อกลางปีที่ผ่านมาก็คือ Bulgari Hotel & Resort ที่เซี่ยงไฮ้ แต่ในอนาคตที่วางแผนไว้ก็จะมีอีกหลายแห่งทั้งในมอสโคว์ ปารีส และโตเกียว อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมก็มีโอกาสได้ไปเยือนที่พักหรูแห่งล่าสุดที่เซี่ยงไฮ้เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อร่วมงานเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่และตอกย้ำความเป็นผู้นำในการฟื้นฟูศิลปะการสร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูง

 



“โลกไม่ได้มีสัณฐานแบน” ทฤษฏีของกาลิเลโอว่าไว้อย่างนั้น ซึ่ง Fabrizio Buonamassa ผู้อำนวยการฝ่าย Artistic เครื่องบอกเวลาชั้นสูงของ Bulgari ก็มีทฤษฏีเช่นกันว่า “นาฬิกาไม่จำเป็นทรงเป็นทรงกลมหรือสี่เหลี่ยมหรือต้องหนาเสมอไป” และทฤษฏีของเขาก็กลายเป็นแนวคิดของการพัฒนานวัตกรรมให้กับนาฬิกา Bulgari นับตั้งแต่ปี 2010 เพื่อการปฏิวัติการสร้างสรรค์งานศิลป์แห่งเครื่องบอกเวลา ซึ่งทำให้นาฬิกาของ Bulgari ได้รับรางวัลมากมาย ไม่เฉพาะ Grand Prix d'Horlogerie de Genève ที่เปรียบเสมือนรางวัลออสการ์ของวงการนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังได้รางวัลงานออกแบบยอดเยี่ยมจาก Red Dot Awards ด้วย และปีนี้นาฬิกาหลายรุ่นของ Bulgari ก็ยังได้รับการคัดเลือกเข้าชิงรางวัล GPHG 2018 ที่กำลังจะประกาศผลในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่พิสูจน์ได้ถึงความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมของ Bulgari ได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น ก่อนจะเข้าสู่รอบการประกวด Bulgari ก็เลยจัดงานเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ส่งท้ายปลายปี ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับธุรกิจนาฬิกายุคดิจิตอล ที่ข่าวมาเร็วไปเร็ว ทำให้การทยอยเปิดตัวผลงานใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดปี เพื่อให้การรับรู้ไม่ขาดหาย อีกทั้งมีผลงานใหม่มาให้ลูกค้าได้เลือกตลอดปี ซึ่งในครั้งนี้ Bulgari เปิดตัวนาฬิกาใหม่ถึง 5 รุ่น โดยคงแนวทางการออกแบบที่แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ยาวนานนับร้อยปี ผสานแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมโรมันที่อลังการกับความเป็นเลิศในงานดีไซน์ร่วมสมัย

ทั้ง 5 รุ่นที่ผมได้เห็นในงานนี้บอกได้เลยว่าเป็นงานระดับมาสเตอร์พีชทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเด่นอย่าง Bulgari Octo Grande Sonnerie Perpetual Calendar ผลงานซับซ้อนที่สุดเท่าที่แบรนด์เคยสร้างสรรค์มา ด้วยการฟังก์ชันการทำงานระดับซับซ้อนสูง ทั้งการตีบอกเวลาระบบ Grand และ Petite Sonnerie ตีบอกเวลาด้วยเสียงอัตโนมัติ และระบบตีบอกเวลาในแบบ Minute Repeater ที่สามารถเลือกการทำงานได้อย่างที่ต้องการ คืออยากฟังเสียงตอนไหนก็สไลด์ปุ่มข้างตัวเรือนฟังได้ทันที นอกจากนี้ก็ยังมีระบบปฏิทินร้อยปี การแสดงเวลาพระจันทร์ และมาตรวัดพลังงานสำรอง โดยสามารถกันน้ำได้ 30 เมตร อีกผลงานที่สะดุดตาผมอย่างยิ่งคือ Bulgari Octo Finissimo Tourbillon Monete นาฬิกาแนวซีเคร็ดวอทช์ที่สะท้อนความเป็นโรมัน ทั้งในเชิงศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์อันทรงพลัง โดยดีไซน์ตัวเรือนใหม่ที่ไม่ใช่ทรงกลม แต่ก็ไม่เหลี่ยม ทั้งยังนำเอาเหรียญโรมันจากศตวรรษที่ 4 มาเป็นส่วนหนึ่งบนฝาตัวเรือน ที่เปิดขึ้นมาก็จะพบกับความซับซ้อนของกลไกไขลานฟลายอิ้งตูร์บิยอง คาลิเบอร์ BLV268 ที่บางที่สุดในโลก เปลือยให้เห็นถึงโครงสร้างกลไกอย่างเต็มตา ตัวเรือนเป็นทองคำสีกุหลาบ 18k ผลิตมาแค่เรือนเดียวในโลก ราคาประมาณ 450,000 สวิสฟรังก์

 

 

สำหรับผู้หญิง Bulgari ก็มีผลงานใหม่ในตระกูล Serpenti ที่หรูหราสุดๆ ด้วยงานฝีมือเชิงศิลป์ชั้นสูงกับการประดับอัญมณีล้ำค่า และผลงานใหม่ในคอลเลคชั่น Lvcea และ Diva’s Dream ที่ผมเชื่อว่าสาวๆ ต้องหลงรักอย่างแน่นอน เพราะทั้งสวยและซับซ้อนครับ เหมาะกับผู้หญิงยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและความมั่นใจในตัวเอง

นอกจากที่ผมจะได้ชมนาฬิการุ่นใหม่ของ Bulgari ก่อนใครๆ ในงานนี้ และได้พูดคุยกับ CEO ของแบรนด์อย่าง Jean-Christophe Babin เกี่ยวกับโลกแห่งความหรูหราที่แท้จริง (อ่านได้จากบทสัมภาษณ์ในเล่มนี้ครับ) โดยเฉพาะความหรูหราในโรงแรมและรีสอร์ตภายใต้แบรนด์ Bulgari ที่ไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่รวมถึงการให้บริการที่เหนือระดับมาตรฐานด้วย อย่างที่บอกครับว่า งานครั้งนี้จัดที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่ง Bulgari ก็เพิ่งเปิดโรงแรมและรีสอร์ตแห่งล่าสุด Bulgari Hotel & Resort Shanghai ที่นับเป็นแห่งที่ 6 บนโลกใบนี้ ตั้งอยู่ริมฝั่งของแม่น้ำ Suzhou Creek และเป็นส่วนหนึ่งของ SUHE โครงการฟื้นฟูเมืองริมแม่น้ำ

ความน่าสนใจของ Bulgari Hotel & Resort Shanghai คือการผสมผสานระหว่างยุคเก่าและยุคใหม่ให้กลายเป็นที่พักหรูหราเหนือมาตรฐาน ทั้งยังสร้างความสมดุลระหว่างธรรมชาติ งานดีไซน์และสถาปัตยกรรมดั้งเดิมได้อย่างลงตัว โดยมีอาคารหลัก 2 ส่วนคือตึกสูง 48 ชั้นทันสมัยและอาคารที่บูรณะจากหอการค้าของเซี่ยงไฮ้ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1916 และโอบล้อมด้วยสวนสีเขียวสบายตา ด้านในได้รับการออกแบบโดยมัณฑนากรเจ้าประจำของแบรนด์อย่าง Antonio Citterio Patricia Viel ที่เคยฝากฝีมือไว้กับโรงแรม Bulgari ในดูไบและลอนดอนมาแล้ว โดยเน้นความหรูหราและโรแมนติกในความร่วมสมัย ห้องพักที่นี่มีทั้งหมด 82 ห้อง เป็นห้องสวีท 19 ห้องที่จัดวางบน 8 ชั้นบนสุดของอาคาร แต่ละห้องกว้างขวางมากครับ และผมยังสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบายในสไตล์ของ Bulgari จากสิ่งต่างๆ ภายในห้องพัก ตั้งแต่เครื่องใช้ในห้องน้ำ ห้องนอนและงานตกแต่งต่างๆ

 

 

ในส่วนของห้องอาหารภายในโรงแรม ผมก็เพิ่งได้ข่าวมาว่าห้องอาหารสไตล์อิตาเลียน II istorante Niko Romito ที่มีเชฟระดับมิชลินสตาร์ 3 ดาว ก็เพิ่งคว้ารางวัลจากมิชลิน สตาร์ ในงาน Michelin Guide เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาด้วย ผมมีโอกาสได้ลองฝีมือของเชฟและต้องยอมรับเลยครับว่าเยี่ยมทั้งรสชาติและหน้าตาที่เด่นในสไตล์ร่วมสมัยของอิตาเลียน สมกับดาวมิชลินจริงๆ ส่วนห้องอาหาร La Terrazza บนชั้นดาดฟ้า ก็เน้นอาหารแนวอิตาเลียนสไตล์เหมือนกันครับ แต่วิวของเส้นขอบฟ้าและเมืองเซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะในยามค่ำคืน มันเพิ่มอรรถรสของอาหารมื้อค่ำได้อย่างดี

และเช่นเดียวกับโรงแรมระดับหรูที่ต้องมีบริการสปา แต่ผมบอกเลยว่า สปาที่นี้อลังการครับ มีพื้นที่กว้างราว 2,000   ตารางเมตร รวมทั้งส่วนฟิตเนส พร้อมโปรแกรมต่างๆ เยอะ ถือเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและผ่อนคลายสบายตัว แถมยังมีสระน้ำอุ่นขนาด 25 เมตรให้ว่ายน้ำเล่นในวันที่อากาศหนาวเย็นได้สบายๆ ยังมีอีกหลากหลายพื้นที่ซึ่งใครที่มีโอกาสเหมือนผมได้ไปลองพักสักครั้งก็จะอดติดใจไม่ได้ มันทำให้ผมนึกถึงคำว่า Real Luxury ความหรูหราที่แท้จริง ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้เงิน แต่เป็นเรื่องของการแสดงให้เห็น ไม่เรียบง่าย แต่ต้องมีความพิเศษที่แท้จริง เหมือนที่ Bulgari จัดสรรให้ครับ

 

By. Chettha Songthaveepol

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com