A Revolution in Timekeeping Accuracy

Last updated: 2017-12-21  |  776 จำนวนผู้เข้าชม  | 

A Revolution in Timekeeping Accuracy

กลไกจักรกลในนาฬิกาถูกพัฒนามานานกว่า 600 ปี แต่ยุคเปลี่ยนที่สำคัญและเป็นต้นแบบของกลไกนาฬิกาจักรกลในยุคปัจจุบันคือของระบบจักรกรอกที่ Christian Huygens นักวิทยาศาสตร์ชาวเนเธอร์แลนด์ นำหลักการของนาฬิกาลูกตุ้มในระบบเพนดูลัม ที่คิดค้นโดยกาลิเลโอมาต่อยอด โดยใช้ส่วนประกอบสำคัญคือ วงจักรสมดุล ม้าและลวดสปริง ในการแกว่งเพื่อสร้างความถี่หรือจังหวะในการแสดงเวลาในปี 1675 ที่เที่ยงตรงกว่าระบบลูกตุ้มเพนดูลัมของกาลิเลโอ



ระบบคุมจังหวะการแกว่งหรือ Oscillator ของ Huygens ถูกใช้ในกลไกนาฬิกาทั้งตั้งโต๊ะมาจนถึงนาฬิกาข้อมือ จากแต่เดิมในยุคศตวรรษที่ 17 มีค่าเที่ยงตรงระดับ +/-5 นาทีต่อวัน นั่นคืออดีตนะครับ ปัจจุบันระบบนี้ได้รับการพัฒนาทั้งตัวเฟืองจักรและสปริงสายใย กลไกจักรกลรุ่นใหม่ที่ทำงานด้วยชุดจักรกลอกให้ความเที่ยงตรงสูงยิ่งขึ้น คลาดเคลื่อนเพียง +/- 10 วินาทีหรือน้อยกว่านั้น แต่สำหรับนวัตกรรมใหม่ของ Zenith ครั้งนี้ แม่นยำยิ่งกว่าด้วยความถี่ในการทำงานที่สูงกว่าระบบจักรกรอกถึง 10 เท่า และเป็นกลไกจักรกลที่เที่ยงตรงที่สุดในโลกเวลานี้ไปแล้ว

ผลงานชุดกลไกจักรกลชุดใหม่ของ Zenith คาลิเบอร์ ZO 342 พัฒนาโดยทีม R&D ของ LVMH ที่มาพร้อมชิ้นส่วนสำคัญคือ Oscillator ใหม่ที่ผลิตจากโมโนคริสตัลไลน์ ซิลิคอน ชนิดผลึกเดี่ยว ที่มีรายละเอียดมากกว่าเส้นผมของมนุษย์ เข้ามาแทนที่ชุดควบคุมการทำงานของกลไกจักรกลมาตรฐานที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนราว 30 ชิ้น ซึ่งต้องเสียเวลาประกอบ ปรับแต่ง ทดสอบ และหล่อลื่นด้วยสารพิเศษเพื่อป้องกันความร้อนจากการเสียดสี แต่สำหรับแผ่นซิลิคอนที่บางเพียง 0.5 มิลลิเมตรนี้ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยากทั้งหมดลงไปได้อย่างน่าทึ่ง



นอกจากนี้ยังทำงานด้วยความถี่สูงถึง 15 เฮิร์ตซ์ หรือ 108,000 ครั้งต่อชั่วโมง สำรองพลังงานได้นานถึง 60 ชั่วโมง ซึ่งหากเทียบกับกลไก El Primero อันเลื่องชื่อของแบรนด์แล้ว กลไกชุดนี้สำรองพลังงานได้มากกว่าถึง 10% และเดินด้วยความถี่สูงกว่า 3 เท่า โดยยังคงอยู่ในระดับมาตรฐานความเที่ยงตรงสูงสุด ในอัตรายอมรับได้ที่ .3 วินาทีต่อวัน เหนือกว่าระดับมาตรฐานของโครโนมิเตอร์ COSC ที่มีอัตรายอมรับอยู่ที่ +/-4 วินาทีต่อวัน ที่สำคัญคือ มีความเที่ยงตรงในระดับที่สม่ำเสมอตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กลไกจักรกลจะเริ่มสูญเสียพลังงานและความเที่ยงตรง โดยชุดควบคุมซิลิคอนบางเพียง .5 มิลลิเมตรนี้สามารถรักษาระดับของพลังงานให้มีความเสถียรมากถึง 95% กลไกจึงทำงานและแสดงค่าได้อย่างเที่ยงตรงสูงสุด



ในงานนี้ทีม Zenith ที่นำโดย Jean-Claude Biver ประธานแผนกนาฬิกาของ LVMH Group ที่ทุ่มเทเวลาในการรีบู๊ทแบรนด์ Zenith ให้กลายเป็นแบรนด์แห่งนวัตกรรม ตอกย้ำถึงนวัตกรรมกลไกชุดใหม่เพิ่มเติมว่า กลไกชุดนี้ไม่ต้องการสารหล่อลื่น ไม่อ่อนไหวต่ออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง และไม่กังวลต่อแรงโน้มถ่วงหรือสนามแม่เหล็ก ทั้งยังเป็นนาฬิการุ่นแรกที่ผลิตตัวเรือนจาก Aeronith ที่เสริมโครงสร้างการับแรงด้วยอลูมิเนียม เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก และผลิตจำกัดเพียง 10 เรือนที่ไม่เหมือนกัน และให้สั่งจองล่วงหน้า สำหรับนักสะสมที่จับจองได้ทัน ก็จะได้รับเชิญเข้าร่วมงานแถลงข่าว พร้อมกับเยี่ยมชมโรงงานของ Zenith และรับนาฬิกาจากผู้บริหารแบรนด์โดยตรง ทั้งยังมีโอกาสได้พูดคุยอย่างเป็นส่วนตัวกับ Jean-Claude Biver, Julien Tornare และ Guy Sémon ผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัตินวัตกรรมกลไกใหม่ชุดนี้ด้วย

นี่เป็นอีกครั้งที่ Jean-Claude Biver ทำให้ผมเห็นด้วยกับคำพูดที่เขาชอบพูดเสมอว่า “ไม่มีความดั้งเดิม ก็ย่อมไม่มีอนาคต แต่ถ้าไม่มีนวัตกรรม ก็ไม่มีอนาคตเช่นกัน”


Powered by MakeWebEasy.com