TIMEPIECES

สมรรถนะแห่งความสมบูรณ์แบบของเวลา

เทคโนโลยีชั้นแนวหน้าที่อยู่เบื้องหลังการทำลายสถิติการดำดิ่งสู่ก้นสมุทร ตัวเลข 10,928 เมตรกลายเป็นสถิติความลึกใหม่ที่มนุษย์สามารถพิชิตได้ เมื่อนักผจญภัย วิคเตอร์ เวสโคโว(Victor Vescovo) สามารถบังคับยานใต้น้ำ Limiting Factor ลงไปถึงร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาได้สำเร็จเมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมา โดยหนึ่งในไอเท็มที่ร่วมเดินทางเคียงข้างภารกิจครั้งนี้ ทั้งยังทำงานได้อย่างไร้ที่ติก็คือเรือนเวลา ซีมาสเตอร์ แพลเน็ต โอเชียน อัลตร้า ดีพ โปรเฟสชั่นแนล (Seamaster Planet Ocean Ultra Deep Professional) จากโอเมก้า (OMEGA) นั่นเอง

ราโด ผู้สรรสร้างนวัตกรรมเรือนเวลาระดับโลก สุดยอดงานออกแบบล้ำสมัย ผู้นำเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์ของวงการนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Les Couleurs Suisse องค์กรที่อยู่ภายใต้ Fondation Le Corbusier ซึ่งถือสิทธิ์ในการออกใบอนุญาตการใช้ชุดสีเชิงสถาปัตยกรรม “Architectural Polychromy” ของนักออกแบบชื่อดังอย่าง เลอ กอร์บูร์ซิเย่ (Le Corbusier) แต่เพียงผู้เดียว สำหรับแบรนด์การร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญในการต่อยอดความท้าทายด้านการออกแบบในโลกแห่งเครื่องบอกเวลาให้พัฒนาไปอีกระดับ

ห้วงอวกาศและภาพแห่งความฝัน ก้าวเท้าลงบนดวงจันทร์ และปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับมิติแห่งเวลาและอวกาศ นี่คือภาพมุมมองของดาวเทียมที่มองจากโลกในแบบที่ไม่เหมือนใคร นำเสนอผ่านเรือนเวลาอาร์โซ เลอร์ เดอ ลา ลูน (Arceau L’heure de la lune) โฉมใหม่ แสดงดวงจันทร์ข้างขึ้นข้างแรมทั้งแถบขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ หน้าปัดย่อยบอกเวลาสองหน้าปัดที่เคลื่อนขยับ อวดโฉมอยู่บนพื้นหน้าปัดที่ทำด้วยหินอุกกาบาตหรือหินอเวนเจอรีน เผยภาพดวงจันทร์ที่ทำจากเปลือกหอยมุกเคลื่อนไปพร้อมกับโมดูลชนิดพิเศษและเครื่องกลไกที่แอร์เมสผลิตเอง

เปิดตัวนาฬิกา Limited Edition แห่งปี กับ 6 รุ่นที่สะท้อนตัวตน ผ่านลาย BAPE camo อันเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้คนทั่วโลกหลงใหล

นาฬิกานอกจากจะเป็นเครื่องบอกเวลาและเครื่องประดับสวมใส่เสริมบุคลิกแล้ว ยังได้รับความนิยมในการเลือกซื้อเก็บไว้เพื่อเป็นของสะสมสำหรับผู้ที่มีความหลงใหลในเรือนเวลาที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและมาตรฐานการผลิต พร้อมกับดีไซน์ที่มีความคลาสสิกเหนือกาลเวลา ล่าสุดแบรนด์เรือนเวลาหรูจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ‘มิโด’ (Mido) ได้เปิดตัวคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า ‘บารอนเชลลี่ โครโนมีเทอร์ ซิลิคอน’ (Baroncelli Chronometer Silicon) ที่มีเทคโนโลยีการผลิตอันทันสมัยและโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่คงความคลาสสิกเอาไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมแนะนำเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาสำหรับนักสะสมมือใหม่

Bell & Ross (เบล แอนด์ รอส) สร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแสดงถึงพลังความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณแห่งการคิดค้น ล่าสุด เบล แอนด์ รอส ได้กลับมาร่วมมือกับทีมแข่งขันรถสูตรหนึ่งระดับโลกอย่าง Renault F1 Team (เรโนลต์ เอฟวัน ทีม) ซึ่งเป็นปีที่ 4 ของทั้งสองค่ายที่พากันก้าวเข้าสู่การแข่งขันระดับโลกด้านความเร็ว โดยล่าสุดได้เผยโฉม สี่เรือนเวลาอัจฉริยะคอลเลคชั่น R.S.19 ที่พร้อมจะโลดแล่นบนสนามในเร็ววัน

ไอเทมใหม่ของสายสตรีท นาฬิกาที่ตอกย้ำความเป็นตัวตนให้โลกรู้

ย้อนกลับไปปี 1969 นับเป็นวินาทีประวัติศาสตร์ที่มวลมนุษยชาติต่างต้องจารึก เมื่อ “นีล อาร์มสตรอง” และ “บัซ อัลดริน” กลายเป็นมนุษย์สองคนแรกที่ประทับรอยเท้าลงบนพื้นผิวของดวงจันทร์ได้สำเร็จ โดยหนึ่งในนั้นยังสวมใส่ โอเมก้า สปีดมาสเตอร์ โปรเฟสชั่นแนล (OMEGA Speedmaster Professional) สัญลักษณ์แห่งความช่างประดิษฐ์ที่พาเราบุกเบิกสู่พรมแดนใหม่ จนได้รับการยกย่องให้เป็นนาฬิกาเรือนแรกที่สวมใส่บนดวงจันทร์อย่างแท้จริง เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีให้กับความสำเร็จของภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของโครงการอพอลโล 11 ในครั้งนั้น โอเมก้า (OMEGA) จึงได้ผลิตเรือนเวลารุ่นพิเศษที่ชวนรำลึกถึงวันแห่งความอาจหาญ กับ SPEEDMASTER APOLLO 11 50th Anniversary Limited Edition ในจำนวนจำกัดเพียง 6,969 เรือนเท่านั้น

การกลับมาอีกครั้งของ Hamilton Ventura สู่บทบาทแห่งการผจญภัยกับทีมสายลับปราบเอเลี่ยนที่โด่งดังที่สุดในโลกในภาพยนตร์ Men in Black™: International 2019

นาฬิกาสปอร์ต 40 MM ประจำคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน จากเวอร์ซาเช่

ปลุกพลังสีแดง

Bell & Ross นำแรงบันดาลใจจากเสื้อแจ็คเก็ตนักบินรุ่น MA-1 ที่มีชื่อเสียงมาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ล่าสุดรุ่น BR 03-92 MA-1 สปอร์ตนักบินที่มาพร้อมสาย 2 สีใน 2 ด้านให้เปลี่ยนเองได้ง่ายๆ เหมือนกับคุณสมบัติของเสื้อแจ็คเก็ตของนักบินที่ใส่ได้ทั้งเพื่อพรางตัวและเพื่อให้เห็นง่ายเมื่อต้องการความช่วยเหลือในยามฉุกเฉิน

ในปี 2011 Officine Panerai สร้างความประหลาดใจแก่วงการนาฬิกาด้วยการสร้างสรรค์นาฬิกาดำน้ำตัวเรือนโลหะบรอนซ์ ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำปฏิกิริยาออกซิไดซ์เมื่อสัมผัสกับน้ำและอากาศ สร้างลวดลายหรือ Patina ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแต่ลักษณะการสวมใส่ใช้งานของแต่ละบุคคล ล่าสุดแบรนด์นำเรือนเวลาแห่งตำนานดังกล่าวมาพัฒนาต่อยอดจากเดิมให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยการนำเสน่ห์แห่งขอบตัวเรือนบรอนซ์ประกบด้วยวงแหวนสเกลนาทีเซรามิกสีน้ำตาล

Officine Panerai เปิดตัวนาฬิการุ่นไอคอนแห่งแบรนด์อย่าง Luminor Marina ในวันนี้ด้วยเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับตัวเรือนและสายสตีลทั้งหมดและติดตั้งกลไกอัตโนมัติที่รังสรรค์โดยแบรนด์เองทั้งหมด

เรือนเวลาวินเทจลุคสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ ในขณะที่เราอยู่ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความทันสมัยรวดเร็ว บางครั้งเราพบว่าเรากลับถวิลหาช่วงเวลาที่เรียบง่ายคลาสสิค ถึงแม้ว่าจะมีความสะดวกสบายของเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นมาตอบโจทย์การใช้ชีวิต แต่บางครั้งเรากลับมองหาเพียงชั่วขณะหนึ่งที่ได้ระลึกถึงอดีตอันแสนเรียบง่าย

โอริสและนักว่ายน้ำระยะไกล Ernst Brommeis ดำเนินงานตามวิถีแห่งตน

Bell & Ross ( เบล แอนด์ รอส ) สร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแสดงถึงพลังความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณแห่งการคิดค้น ล่าสุด เผยโฉมนาฬิกาสปอร์ตหรูรุ่นใหม่อย่าง BR03-92 Bi-Compass มาพร้อมกับระบบกลไกอัตโนมัติ คาลิเบอร์ที่มีความแม่นยำอย่างสูงระดับไมครอน ตัวเรือนที่ถูกรังสรรค์ด้วยเซรามิกสีดำด้านขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42.0 มิลลิเมตร จากวัสดุน้ำหนักเบาคุณภาพสูงเพื่อลดผลกระทบต่อพลังงานสำรองและความเที่ยงตรงของกลไก ชุดเข็มกลางเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนว่า หน้าปัดใช้แซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อน ซึ่งสามารถป้องกัน แสงสะท้อนที่รบกวนสายตา ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้อ่านค่าบนหน้าปัดได้ง่ายในเวลากลางวันและกลางคืน อ่านค่าได้เที่ยงตรงแม้จะมองในชั่วพริบตาเดียว แถมยังกันน้ำลึกได้ถึง 100 เมตร

โอริส หวนดำดิ่งลงสู่ความลึกด้วยประติมากรรมแห่งเรือนเวลารุ่น ไดฟ์ คอนโทรล ลิมิเต็ด อิดิชั่น ความก้าวหน้าแห่งนวัตกรรมนาฬิกาสำหรับนักประดาน้ำประสิทธิภาพสูง ProDiver ของบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาจักรกลสวิสที่มีความอิสระสำหรับนักประดาน้ำมืออาชีพ ตัวเรือนขนาด 51 มิลลิเมตร ผลิตด้วยวัสดุไทเทเนียม เกรด 2 ที่มีน้ำหนักเบา เคลือบด้วยสารกันรอยขีดข่วน ดีแอลซี-DLC สีดำ ประกอบพร้อมระบบวงแหวนปรับหมุนนิรภัยสิทธิบัตรของโอริส (Oris-patented Rotation Safety System หรือ RSS) กลไกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโอริสเพื่อทำการล็อควงแหวนบนขอบหน้าปัดแบบหมุนได้ทิศทางเดียวให้อยู่กับที่ระหว่างการประดาน้ำ เรือนเวลารุ่นใหม่นี้ยังประกอบด้วยหน้าต่างกลไกโครโนกราฟจับเวลา 60-นาทีที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา แสดงรายละเอียดหลักสีเหลืองที่มีความแจ่มชัด ผลิตเพียง 500 เรือน

คอลเลกชั่น La Grande Classique de Longines มีบทบาทสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้กับลองจินส์มาเนิ่นนาน โดยรุ่นล่าสุดนี้แต่งแต้มด้วยเฉดสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ ทั้งบนหน้าปัดและสายรัดข้อมือ โดยคอลเลกชั่นนี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1992 และนำเสนอผลงานหลากรุ่นซึ่งเป็นตัวแทนของความสง่าแบบคลาสสิก เช่นเดียวกับรุ่นใหม่ล่าสุดใน “หน้าปัดเฉดสีน้ำเงิน” ที่ยังคงความงดงามไร้กาลเวลาและความมีสไตล์ที่เข้ากับรสนิยมร่วมสมัย

เบล แอนด์ รอส (Bell & Ross) เรือนเวลาสัญชาติฝรั่งเศสที่มีฐานการผลิตที่เมืองนาฬิกาของโลกอย่างสวิตเซอร์แลนด์ จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส คาร์ลอส เอ รอซิลโล (Carlos A. Rosillo) และดีไซเนอร์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ บรูโน่ เบลามิช (Bruno Belamich) พวกเขาก่อตั้งแบรนด์ในปี 1992 ทั้งสองมีความหลงใหลคลั่งไคล้ในอากาศยานอย่างมาก เบล แอนด์ รอส จึงใช้เทคโนโลยีการบิน โดยเฉพาะอุปกรณ์เครื่องมือการบินมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานเป็นต้นมา

ในปี 1957 เพียเจต์ (Piaget) ได้ปฏิวัติโลกแห่งประดิษฐกรรมเรือนเวลาด้วยการเปิดตัวนาฬิกาตัวเรือนบางเฉียบ “อัลติพลาโน” (Altiplano) เป็นครั้งแรก ซึ่งนับเป็นการสร้างนิยามใหม่แห่งความงามให้กับวงการนาฬิกา ด้วยความบางที่ไม่เคยมีมาก่อนและความบริสุทธิ์ของหน้าปัดซึ่งมอบรูปลักษณ์อันโดดเด่น ทำให้คอลเลคชั่นนี้โด่งดังในประวัติศาสตร์แห่งแวดวงนาฬิกา และถือเป็นจุดกำเนิดของเรือนเวลาระดับตำนาน

ไม่ได้เป็นเพียงเรือนเวลาที่ถูกพัฒนามาจากรุ่นก่อน หรือเป็นโมเดลที่เผยโฉมประจำปีเท่านั้น แต่นี่...คือการพลิกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ของ โอเดอมาร์ ปิเกต์ กับการเปิดตัวไลน์อัพใหม่อย่างเป็นทางการ ภายใต้คอลเลคชั่นที่ชื่อว่า “CODE 11.59” โดยคำว่า “CODE” มาจากการนำตัวอักษรย่อของคำว่า Challenge, Own, Dare, Evolve ที่ล้วนแต่เป็นดีเอ็นเอหลักของแบรนด์มาเรียงใหม่จนเกิดเป็นรหัสที่สื่อความหมายได้อย่างลึกซึ้ง ขณะที่ 11.59 คือเลขนาทีสุดท้ายก่อนจะก้าวเข้าสู่วันใหม่ ซึ่งเปรียบได้ดั่ง แบรนด์ที่เป็นผู้นำเกมอยู่หนึ่งก้าวเสมอ

Traditionnelle Twin Beat Perpetual Calendar

เบากว่าสตีล เบากว่าไทเทเนียม แต่ทนทานต่อแรงกระแทกจากภายนอกและทนต่อการสึกกร่อนเป็นเยี่ยม นั่นก็คือ Cartobech™ (คาร์โบเทค) นวัตกรรมสุดล้ำด้านวัสดุศาสตร์จากการวิจัยค้นคว้าของ Panerai ที่กลับมาอีกครั้งในรุ่น 2 ปีนี้กับ Submersible Carbotech™

IWC มีความผูกพันกับการบินมานานกว่า 8 ทศวรรษ นับจากรังสรรค์ผลงานนักบินรุ่นแรกในตระกูล Pilot’s Watch ตั้งแต่ปี 1936 เป็นต้นมา โดยพัฒนาผลงานนาฬิกานักบินอย่างต่อเนื่องในหลายรุ่น ล่าสุดปี 2019 IWC ยกความสนใจให้กับการบินอีกครั้ง ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานนาฬิกานักบินหลายรุ่น ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Spitfire เครื่องบินขับไล่ของอังกฤษ

Twenty-4® หนึ่งในคอลเลคชั่นขายดีที่สุดของ Patek Philippe นับตั้งแต่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นในปี 1999 เพื่อให้เป็นคอลเลคชั่นเฉพาะสำหรับผู้หญิง ในดีไซน์ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่งามสง่าแฝงอ่อนไหว มาถึงปีนี้ Twenty-4® เผยความงามรุ่นใหม่ในดีไซน์ที่แตกต่าง ด้วยตัวเรือนทรงกลมเรียบหรู และมาพร้อมกลไกจักรกลอัตโนมัติของ Twenty-4 Automatic

Powered by MakeWebEasy.com